เปิดวิสัยทัศน์ ผอ.ออมสินใหม่ ดึงฐานราก 1 ล้านรายเข้าถึงแหล่งเงิน ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ 2.7-3.2 แสนลบ.

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงวิสัยทัศน์ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฯ คนใหม่ ในลำดับที่ 18 พร้อมเดินหน้ายกระดับการดำเนินงานที่มุ่งเป้าหมายการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย

โดยโจทย์แรกที่ต้องการจะทำ หลังจากเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการออมสินคนใหม่ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของธนาคาร ยกระดับด้าน IT ทำให้ระบบการใช้งานมีความง่ายขึ้น โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเข้ามาใช้บริการที่สาขาของธนาคาร โดยจะทำควบคู่กันไปกับเรื่องการส่งเสริมการออม

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่า 40% ของสินเชื่อรวมในปี 2568 โดยคาดว่ายอดสินเชื่อใหม่ในปีนี้ ซึ่งรวมทั้งในส่วนของสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) แล้ว จะอยู่ที่ราว 2.7-3.2 แสนล้านบาท

นายทรงพล กล่าวด้วยว่า ธนาคารออมสิน ยังได้เตรียมแนวทางสำหรับการดูแลลูกค้าเดิมที่มีประวัติชำระดี ด้วยการอัตราดอกเบี้ยให้เพิ่มเติมจากในปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยของธนาคารก็อยู่ในระดับต่ำสุดในระบบธนาคารแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้กับลูกค้ากลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นลำดับแรก โดยจะมีการทำสัญญาเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้ลูกค้ายังคงอยู่กับธนาคารต่อไป ซึ่งไม่ใช่การปรับโครงสร้างหนี้ แต่เป็นความประสงค์ของธนาคารที่จะช่วยเหลือลูกค้าที่มีประวัติดีให้ไม่ต้องรับภาระอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพราะตามปกติแล้ว ในเงื่อนไขสัญญาของสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสิน จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออม และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ

นายทรงพล ระบุว่า ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยง และความท้าทาย ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทที่ผันผวนอยู่ในช่วง 31-33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.20 – 50.50 บาท/ลิตร ธนาคารออมสิน กำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy”

  • กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย
  • กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
  • กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิต โดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ
  • กลุ่มวัยเติบโต (Growing) การส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้ มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสม เพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ
  • กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณ ให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอ และสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง
  • กลุ่มวัยส่งมอบ (Legacy) ธนาคารออมสิน จะช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคง มั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย นับตั้งแต่ก้าวแรกไปตลอดทุกช่วงชีวิต

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยังกล่าวถึงการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจสำคัญ คือ

ภารกิจแรก การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน ให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดี ให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกัน ไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น

ภารกิจที่สอง การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)