
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กู้เงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร วงเงิน 600 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย และกำหนดให้ชำระคืนภายใน 7 ปี (พ.ศ. 2568-2575) เพื่อนำไปใช้ในโครงการรับซื้อน้ำนมดิบ ระยะที่ 2
สำหรับโครงการระยะที่ 2 ตั้งเป้ารับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนม ในเครือ อ.ส.ค. ในปริมาณ 26,375,000 กิโลกรัมต่อ 1 รอบการผลิต โดยเกษตรกรในโครงการสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ปีละ 3 รอบการผลิต รวม 79,125,000 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาโครงการ 7 ปี (พ.ศ. 2569-2575)
โดยโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินของ อ.ส.ค. และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้อ.ส.ค.สามารถรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้มากขึ้น ครอบคลุมสหกรณ์ 44 แห่ง ใน 5 ภูมิภาค มีเกษตรกรได้รับประโยชน์รวม 5,110 ราย
ทั้งนี้ โครงการระยะที่ 2 เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการระยะที่ 1 หลังจากในปี 2568 อ.ส.ค. ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ยอดขายผลิตภัณฑ์นมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-นิวซีแลนด์ ที่ลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์นม และนมผงเหลือ 0% ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนหันไปใช้นมผงทดแทนน้ำนมดิบในประเทศ ซึ่ง อ.ส.ค.ได้ดำเนินการช่วยเหลือ ตามโครงการระยะที่ 1 โดยรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มเติม สำหรับเกษตรที่ไม่มีแหล่งจำหน่าย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)




