
จีนเริ่มบังคับใช้มาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าให้กับ 53 ประเทศในแอฟริกาที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน มีผลตั้งแต่วันนี้ (1 พ.ค.) เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการนำเข้าจากทวีปแอฟริกา และเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ท่ามกลางกระแสการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นภายใต้นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ก่อนหน้านี้ มาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าที่บังคับใช้เมื่อเดือนธ.ค. 2567 ครอบคลุมเพียง 33 ชาติแอฟริกา แต่มาตรการใหม่ได้ขยายสิทธิครอบคลุมทุกชาติในแอฟริกา ยกเว้นเพียงประเทศเดียวคือเอสวาตินี (เดิมชื่อสวาซิแลนด์) ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์กับไต้หวัน โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลไปจนถึงเดือนเม.ย. 2571
หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าวเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) ว่า มาตรการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายการเปิดประเทศของจีน และจีนยินดีที่จะก้าวขึ้นเป็นพลังขับเคลื่อนความเป็นเอกภาพและความร่วมมือในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South)
โฆษกจีนกล่าวเสริมว่า ในขณะที่การกีดกันทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น จีนพร้อมแบ่งปันโอกาสและแสวงหาการพัฒนาร่วมกับแอฟริกาผ่านนโยบายยกเว้นภาษี ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและสร้างสันติภาพทั่วโลก
ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแอฟริกา โดยข้อมูลจากรัฐบาลจีนระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับแอฟริกาแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.48 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 69)





