IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญสถานการณ์เลวร้ายหากสงครามตอ.กลางลากยาวถึงปีหน้า

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกอาจจะเผชิญกับ “ผลลัพธ์ที่เลวร้ายมาก” หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปจนถึงปี 2570 เนื่องจากสงครามอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับประมาณ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“เราจะได้เห็นอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และหลังจากนั้นการคาดการณ์เงินเฟ้อจะเริ่มหลุดไปจากกรอบที่วางไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” กอร์เกียวากล่าวในการประชุมซึ่งจัดโดยสถาบันมิลเคน (Milken Institute) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันจันทร์ (4 พ.ค.)

กอร์เกียวากล่าวว่า สภาวะในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ตลอดจนราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวที่ระดับหรือสูงกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้ทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ “สถานการณ์เชิงลบ” (adverse scenario) ตามแบบจำลองของ IMF แล้ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา IMF ได้เผยแพร่แบบจำลองสถานการณ์การเติบโตของ GDP โลกในปี 2569 และ 2570 ไว้ 3 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งได้แก่ “การคาดการณ์อ้างอิง” (reference forecast), “สถานการณ์เชิงลบ” (adverse scenario) และ “สถานการณ์ขั้นเลวร้ายรุนแรง” (severe scenario)

ภายใต้แบบจำลองสถานการณ์เชิงลบนั้น การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเหลือ 2.5% ในปี 2569 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นเป็น 5.4%

ขณะที่การคาดการณ์อ้างอิง ซึ่งสมมติว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นนั้น IMF ได้คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3.1% และอัตราเงินเฟ้อที่ 4.4% ส่วนแบบจำลองสถานการณ์ขั้นเลวร้ายรุนแรงนั้น คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ที่เพียง 2% และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นถึง 5.8%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ค. 69)