
บมจ. นีโอ คอร์ปอเรท [NEO] เดินหน้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้ความเย็นเพื่อตอบรับแนวโน้มสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภค และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในกลุ่มสินค้าที่สามารถช่วยผ่อนคลายความร้อนในชีวิตประจำวันได้ ตอกย้ำบทบาทผู้บุกเบิกตลาด (1st Mover) ด้วยการนำเทคโนโลยี “Cool Tech” ที่บริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal Care อาทิ ครีมอาบน้ำและโรลออนสูตรเย็น มาต่อยอดในกลุ่ม Fabric Care ที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ซักผ้า ปรับผ้านุ่ม และสเปรย์หอมเพิ่มความเย็น เพื่อยกระดับประสบการณ์การสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย และเป็นโซลูชันที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกวันของผู้บริโภค
นางปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ NEO เปิดเผยว่า สภาพอากาศร้อนจัดในปัจจุบัน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมการเลือกใช้สินค้าของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความไม่สบายตัว ความอับชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์จากอากาศร้อน ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ (Super El Niño) โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ในปีนี้อุณหภูมิโลกได้พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และหลายพื้นที่ในประเทศไทยอาจเผชิญอุณหภูมิที่สูงถึง 44 องศาเซลเซียส ดังนั้นตลาดสินค้าที่มีคุณสมบัติให้ความเย็นที่สามารถช่วยดูแลการใช้ชีวิตประจำวันในสภาพอากาศร้อนจัดจึงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
“จากกลยุทธ์ Innovation-led และการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ NEO ใช้ความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลัก(Customer Centric) เราได้มีการนำนวัตกรรม ‘Cool Tech’ มาพัฒนาในหลากหลายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ของบริษัทมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง โดยนวัตกรรม ‘Cool Tech’ ของเรา มีคุณสมบัติในการมอบความรู้สึกเย็นสบายที่ยาวนาน ช่วยลดกลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหงื่อระหว่างวัน ซึ่งเป็นหนึ่งใน pain point สำคัญของผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน” นางปัทมา กล่าว
ที่ผ่านมา NEO ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care) อาทิ ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลจุดซ่อนเร้น โรลออน และแป้งเย็น ผ่านแบรนด์ บีไนซ์ (BeNice), ทรอส (TROS) และ เอเวอร์เซ้นส์ (Eversense) ในวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะนำ “นวัตกรรมให้ความเย็น” ที่ NEO มีความเชี่ยวชาญ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Fabric Care เป็นครั้งแรก! ผ่านแบรนด์ Fineline ในชื่อ “ไฟน์ไลน์ คูลลิ่งเฟรช ซีรีส์” ที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรเข้มข้น ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ และสเปรย์หอมเพิ่มความเย็น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการให้ความสบายสดชื่นระหว่างการสวมใส่เสื้อผ้า ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์จะตอบโจทย์หลักคือการขจัดคราบทำความสะอาดเสื้อผ้าแล้ว ยังผสาน Fx TECH ช่วยกำจัดกลิ่นอับชื้นที่ต้นเหตุ และมีนวัตกรรม Cool Tech ที่มอบกลิ่นหอมเย็นสดชื่นยาวนาน กระจายความหอมทุกครั้งที่ขยับ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทยอยวางจำหน่ายแล้ว ทั้งช่องทางค้าปลีก โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ทั่วประเทศ
การขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตของ NEO ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับการเป็นผู้สร้างตลาดใหม่ (Segment Creator) จากการวิเคราะห์ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้บริโภค (Unmet Need) ผสานกับการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นจนสามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“NEO จะมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้นำตลาดที่มีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเพื่อเป็นการส่งมอบ Well-Being และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ทุกวันของผู้บริโภค” นางปัทมา กล่าวสรุป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)





