WealthMePlease: จบศึกตะวันออกกลาง SET เปลี่ยนโหมด! กลุ่มพลังงานคืนชีพ

ผ่านมาเกือบครึ่งปี ตลาดหุ้นไทยสดใสมาก โดยดัชนี SET บวก 18.23% YTD (ม.ค.-11 พ.ค.) ซึ่งทำนิวไฮรอบ 7 เดือนที่ 1,545.31 จุด เมื่อวันที่ 27 ก.พ.69 แม้ต่อมาดัชนี ปรับตัวลงมาต่ำกว่าระดับ 1,400 จุด แต่ต่อมาก็ไต่ขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดอีกครั้งในต้นเดือน พ.ค.

แล้วในช่วงครึ่งปีหลังนี้ทิศทางตลาดหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร สงครามตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะจบลงเมื่อไหร่และแบบไหน วันนี้ “Wealth Me Please” มาพูดคุยกับนายกรภัทร วรเชษฐ์ หรือเอ็ดดี้ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี

เอ็ดดี้ มองว่า ศึกตะวันออกกลางนี่แหละคือจุดชี้ชะตาหุ้นไทยจะรุ่งหรือร่วง ทีมวิจัย บล.กรุงศรี คาดการณณ์ว่าสงครามตะวันออกกลางน่าจะจบลงภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาสันติภาพ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าตกลงกันได้โอกาสราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลงมาแกว่งในกรอบ 95-75 เหรียญ/บาร์เรล จากที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 120 เหรียญ/บาร์เรล

ขณะเดียวกันรัฐบาลออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป หวังว่าจะช่วย GDP มีอัพไซด์ วงจรดอกเบี้ยยังไม่ได้เปลี่ยนทิศทาง โดยในไทยคาด กนง.คงอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี โดยมองว่ากลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ได้ประโยชน์จากสถานการณ์เหล่านี้ และเข้าสู่ Upcycle ระยะยาว 1 ปีครึ่งถึง 3 ปี

นอกจากนี้ ตลาดเอเชียกำลังจะเป็นขาขึ้นมี New Capex รอบใหม่ช่วงปี 2026-2030 เอเชียเร่งการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี (Infrastructure Technology) โดยยอดขอส่งเสริมการลงทุนในไทยสิ้นปี 68 อยู่ที่ 1.87 ล้านล้านบาท +65%y-y ทำสถิติสูงสุด และในไตรมาส 1/69 มียอด BOI ถึง 1 ล้านล้านบาท หากเกิดการลงทุนจริง FDI ไหลเข้ามาย่อมส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย

ดังนั้น มองว่าภาพตลาดหุ้นไทย 1-3 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนไป และต่างชาติมองว่าการเมืองมีเสถียรภาพ พรรครัฐบาลมีเสียงค่อนข้างมาก ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง มองกรอบแนวรับ 1,450-1,420 จุด แนวต้านให้ 1,600-1,650 จุด โดยยังคงเป้าดัชนี SET ปีนี้ที่ 1,600 จุด

พร้อมชี้เป้ากลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี ยังคงเป็น Drive ตลาดหุ้นไทย จากอุปทานตึงตัวหลังสงครามทำลายโครงสร้างพื้นฐานไป ส่วนหุ้น Domestic คาดหวังผลประกอบการกลับมาได้ในปีหน้า

แนะจัดพอร์ต ดังนี้ ธีมหลักคือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี หรือ 50% ของพอร์ต โดย PTT PTTGC IVL TOP เป็นหุ้นเด่น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นหุ้นที่รับกระแสการลงทุนรอบใหม่ด้าน Infra Tech ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA ,โรงไฟฟ้า GULF, GPSC BGRIM GUNKUL, ไอซีที ADVANC TRUE, รับเหมา-วัสดุก่อสร้าง SCC STECON รวมถึงกลุ่มธนาคาร KBANK KTB

พร้อมฝากถึงนักลงทุนให้ Stay Invest หรือลงทุนต่อเนื่องระยะยาว แม้ในวันที่ตลาดผันผวน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 พ.ค. 69)