
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (13 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงเกินคาด พร้อมกับจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 62,930.20 จุด เพิ่มขึ้น 187.63 จุด หรือ +0.30%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,416.98 จุด เพิ่มขึ้น 69.07 จุด หรือ +0.26% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,218.22 จุด เพิ่มขึ้น 3.73 จุด หรือ +0.09%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 1.75% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.40%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค.
ข้อมูลดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 30.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ที่ให้น้ำหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.)
ด้านสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 และยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อยุติได้ในระยะอันใกล้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างมาก พร้อมกับปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม โดยข้อเสนอเหล่านี้รวมถึงการที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค. โดยคาดว่าประเด็นสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยคือประเด็นไต้หวันและสงครามอิหร่าน รวมถึงประเด็นการค้า
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้เปิดเผย ว่า ตัวเลขจ้างงานของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเพียง 74,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการเติบโตช้าที่สุดในรอบ 16 เดือน เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ด้านกระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานเบื้องต้นในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 34.52 ล้านล้านเยน (2.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสิ้นสุด ณ เดือนมี.ค. 2569 โดยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 พ.ค. 69)





