จับตา 3 ปัจจัยชี้ชะตาทอง “ภูมิรัฐศาสตร์-เงินเฟ้อสหรัฐ-ดีล 2 มหาอำนาจ”

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) แนะจับตา 3 ปัจจัย “เจรจาสงคราม-เงินเฟ้อ CPI-การประชุม 2 ขั้วมหาอำนาจ” ชี้ชะตาทองคำสัปดาห์นี้ ส่อแววผันผวน ท่ามกลางความกดดันวิกฤตเศรษฐกิจและเสถียรภาพการค้าโลก แนะกลยุทธ์ “ซื้อเล่นสั้น” แนวรับ 4,650 ดอลลาร์

น.ส.อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า ราคาทองคำเตรียมรับมือการเข้าสู่สัปดาห์แห่งความผันผวน โดยตลาดทั่วโลกต่างจับตา 3 ปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ, อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และราคาพลังงาน รวมถึงจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป ได้แก่

1. สัญญาณจากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน : ความตึงเครียดในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะวิกฤต และอาจพิจารณามาตรการทางทหารเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเหนือ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานเริ่มกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จำเป็นต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดคาดไว้ และมีแนวโน้มเข้ามาจำกัดอัพไซด์ของราคาทองคำในระยะสั้น ทำให้ตลาดทองคำอาจเข้าสู่ภาวะผันผวนและแกว่งตัวในกรอบมากขึ้น

2. แรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ : ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเม.ย. โดยตลาดคาดว่า Headline CPI เมื่อเทียบรายปี จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7% สูงกว่าครั้งก่อนที่ 3.3% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่านั้น ทำให้จะเพิ่มแรงกดดันให้เฟดอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำในระยะสั้น

3. การประชุมสุดยอด 2 ขั้วมหาอำนาจ : การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างวันที่ 13–15 พ.ค. 69 ณ กรุงปักกิ่ง ตลาดจับตาท่าทีของทั้งสองฝ่ายต่อประเด็นสงครามอิหร่าน, สงครามการค้า, มาตรการภาษี, เทคโนโลยี และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยตลาดให้น้ำหนักการประชุมจะออกมาในโทนการเจรจาเชิงประนีประนอมมากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพการค้าโลก ซึ่งหากผลการประชุมส่งสัญญาณเชิงบวก ทำให้ความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงในระยะสั้น

น.ส.อารีรัตน์ ระบุว่า ราคาทองคำกำลังพยายามรักษาฐานเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ หากยังสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสเห็นแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,780 ดอลลาร์ และ 4,825 ดอลลาร์ ตามลำดับ (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 73,000-73,500 บาท) นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ อาจรอจังหวะย่อแล้วซื้อ ตราบใดที่ราคายังไม่หลุด 4,650 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 71,000 บาท)

อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,650 ดอลลาร์ ควรชะลอการเข้าซื้อระยะสั้นออกไปก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่แรงขายจะเร่งตัวและกดราคาลงไปทดสอบโซนถัดไปบริเวณ 4,575 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,000 บาท)

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำ “รอแบ่งไม้เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับสำคัญ” โดยเน้นรอจังหวะสะสมบริเวณ 4,650 ดอลลาร์/ 4,575 ดอลลาร์ มากกว่าการไล่ราคาบริเวณแนวต้าน พร้อมติดตามปัจจัยข่าวสำคัญทั้ง 3 ประเด็นตลอดสัปดาห์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 69)

ข่าวล่าสุด