
Western Union เปิด Stablecoin ตัวเอง! USDPT บน Solana
ใครที่เคยโอนเงินข้ามประเทศน่าจะรู้จักกับ Western Union อยู่แล้ว ล่าสุด Western Union ปฏิวัติก้าวใหญ่ของโลกการเงิน ประกาศเปิดตัว USDPT ซึ่งเป็น stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเหรียญนี้ถูกสำรองด้วยเงินดอลลาร์เต็มจำนวน ออกโดย Anchorage Digital Bank N.A. และรันอยู่บนบล็อกเชน Solana
แถมงานนี้ Western Union บอกชัดว่า USDPT ไม่ได้ทำมาเล่น ๆ แต่ถูกออกแบบให้เป็น “settlement layer” หรือระบบเคลียร์เงินที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบ always-on ช่วยแก้ pain point ของระบบธนาคารแบบเดิมที่ช้า มีตัวกลางเยอะ และมีความซับซ้อนสูง พูดง่าย ๆ คือกำลังนำ blockchain มาแทน “ปัญหาการเงินเดิม” นั่นเอง
และตอนนี้ USDPT จะถูกใช้ในหลาย use case เช่น การซื้อขายบน exchange ที่ได้รับอนุญาต, การเชื่อม liquidity กับเครือข่ายของ Western Union, และการใช้ settlement กับ agent แบบ 24/7
และที่สำคัญคือกำลังจะเปิดบริการ “Stable by Western Union” ซึ่งเป็นระบบให้ผู้บริโภคใช้จ่ายในกว่า 40 ประเทศ ภายในปี 2026 นี้ด้วย
XRP แซง Bitcoin! ขึ้นอันดับ 1 วอลุ่มเทรดเกาหลี
เอาใจสายเกาฯ กันหน่อย เมื่อเหรียญ XRP ก้าวขึ้นมาเป็นเหรียญที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดบน Upbit ที่ประมาณ 110 ล้านดอลลาร์แซงทั้ง Bitcoin และ Ether รวมทั้งบน Bithumb Exchange เองก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 เช่นกัน
แต่ราคาไม่ได้ขยับมากนัก ยังนิ่งอยู่แถว 1.44 ดอลลาร์ ถึงแม้วอลุ่มจะพุ่งแรงแต่ราคายังไม่ไปไหนเท่าที่ควร อยู่แถวประมาณ 1.44–1.45 ดอลลาร์ ขึ้นมาแค่ประมาณ 3% ในสัปดาห์นี้ และยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1.49–1.50 ดอลลาร์ได้เลย
ต้องบอกว่ารูปแบบนี้ลาดคริปโทคุ้นมาก แล้วจุดที่ต้องโฟกัสคือ”วอลุ่มขึ้น…แต่ราคายังติดแนวต้าน” ซึ่งในอดีตตลาดเกาหลีเคยดัน XRP แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง และมักเกิดขึ้นก่อนที่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจคือช่วงนี้ตลาดหุ้นเกาหลีเริ่มผันผวน ดัชนี Kospi มีแรงขายออกมา
แต่นักลงทุนไม่ได้ซื้อทุกอย่าง เลือกเทเข้า XRP ซึ่งเป็นเหรียญสาย high-beta หรือเหรียญที่ขึ้นแรง-ลงแรง ใครที่เป็นแฟน XRP ดูราคากันด้วย
Metaplanet กำไรพุ่ง 73% แต่ขาดทุน 728 ล้านดอลลาร์
งานนี้เหมือนดู “งบสองหน้า” เพราะ Metaplanet รายงานกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2.27 พันล้านเยน (ประมาณ 14.38 ล้านดอลลาร์) จากรายได้รวมราว 19.5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 73.6% โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ในธุรกิจ Bitcoin options ซึ่งเติบโตมากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน
ตัวรายได้จากธุรกิจ Bitcoin options เพิ่มจาก 5.5 ล้าน เป็น 19.5 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้หลักมาจาก option premium และกำไรจากอนุพันธ์ พูดง่าย ๆ คือ บริษัทไม่ได้แค่ถือ Bitcoin แต่เอาไปทำเงินต่อ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับขาดทุนถึง 728 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากขาดทุนทางบัญชี จากการที่ราคาของ Bitcoin ปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส และบริษัทต้องปรับมูลค่า Bitcoin ที่ถือครองลง ปัญหาอยู่ตรงนี้ ไตรมาสที่ผ่านมา Bitcoin ร่วงประมาณ 24% จาก 87,000 เหลือ 66,000 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทต้องตีมูลค่า Bitcoin ลงจนกลายเป็นขาดทุนทางบัญชี
และถึงแม้ราคาบิทคอยน์จะลง แต่ Metaplanet ยัง “ซื้อเพิ่ม” ตอนนี้ถืออยู่ 40,177 BTC ขึ้นมาเป็นบริษัทจดทะเบียน
ที่ถือ Bitcoin มากเป็นอันดับ 3
จากเคสนี้ บอกได้เลยว่า “ถ้าคุณถือ Bitcoin เป็นงบดุล” กำไรจากธุรกิจอาจไม่สำคัญเท่า “ราคา Bitcoin” ก็ได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)




