
บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,500-1,560 จุด ได้รับแรงหนุนจากการเจรจาสันติภาพระหว่าง ” ทรัมป์-สี จิ้นผิง” และปัจจัยในประเทศการขยายมาตรการ LTV ของธปท. อีก 1 ปี พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเข้าคำนวณใหม่ในดัชนี MSCI ที่จะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ GBS เปิดเผยว่าทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับ การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อลดอุณหภูมิความขัดแย้งทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
สำหรับปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ โดยหลักมาจากความพยายามลดอุณหภูมิความขัดแย้งในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งสร้างความคาดหวังว่าสองมหาอำนาจจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าและเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรระหว่างกันได้ เสริมด้วยปัจจัยบวกจากการเริ่มเจรจาสันติภาพรอบที่ 3 ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศได้รับแรงส่งจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศขยายเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย
ส่วนปัจจัยกดดันตลาดที่ต้องระวังจากคำเตือนของผู้นำจีนต่อกรณีประเด็นไต้หวันที่อาจกลายเป็นจุดเปราะบางสำคัญต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ผสานกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายนที่6.0%(YoY) พุ่งสูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) ส่วนเครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปีนี้ 0.25% เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ที่ให้น้ำหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) นอกจากนี้ กนง. ยังได้มีการปรับลดประมาณการ GDP ของไทยปี 2569 ลงเหลือ 1.5% จากเดิม 2.3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น
อีกทั้งยังต้องจับตาปัจจัยด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ได้แก่ การแถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ของไทยโดยสภาพัฒน์ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ รวมถึงการแถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์จาก ส.อ.ท. และรายงานภาวะเศรษฐกิจการเงินจาก ธปท. ในช่วงปลายเดือน ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญประกอบด้วย รายงานข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของจีน รายงานการจ้างงานและยอดทำสัญญาขายบ้านของสหรัฐฯ ตลอดจนการประกาศอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ของธนาคารกลางจีนในวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในลำดับถัดไป
ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำจับตาการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยในส่วนของ MSCI Global Small Cap มีหุ้นไทยที่ถูกนำเข้าคำนวณใหม่ที่น่าสนใจคือ MRDIYT และ TFG ขณะที่ควรเพิ่มความระมัดระวังแรงเทขายในหุ้น TOA ที่ถูกนำออกจากดัชนีในรอบนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)




