
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (20 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันอังคาร (19 พ.ค.) ว่า เขาใกล้เปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว โดยเหลือเวลาเพียง “หนึ่งชั่วโมง” ก่อนที่เขาจะถูกโน้มน้าวให้เลื่อนการโจมตีออกไปอีก 2-3 วัน
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 60,567.27 จุด ขยับขึ้น 16.68 จุด หรือ +0.03% แต่หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิพลิกร่วงลง 811.97 จุด หรือ 1.34% แตะที่ระดับ 59,738.62 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,709.62 จุด ลดลง 88.23 จุด หรือ -0.34 และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,152.70 จุด ลดลง 16.84 จุด หรือ -0.40%
ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.52% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.5%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายพันธบัตร ท่ามกลางความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรระยะยาว พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.197% ในระหว่างวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2550 ก่อนที่จะชะลอตัวลงเกือบ 0.01% มาอยู่ที่ระดับ 5.174%
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้กลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดอีกครั้ง หลังจากปธน.ทรัมป์ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามว่าเขาใกล้จะดำเนินการโจมตีอิหร่านมากเพียงใด โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ผมอยู่ห่างแค่หนึ่งชั่วโมง” และเสริมว่า “เราอาจจำเป็นต้องโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้ง ผมยังไม่แน่ใจในตอนนี้ พวกคุณจะรู้ในเร็ว ๆ นี้
“ผมกำลังพูดถึงอีกสองหรือสามวัน อาจเป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรืออาจเป็นช่วงต้นสัปดาห์หน้า นี่จะเป็นช่วงเวลาที่จำกัด เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ลูกใหม่ได้” ปธน.ทรัมป์กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)





