
คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจประจำฤดูใบไม้ผลิในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) โดยระบุว่า เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ช้าลงพร้อมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และคาดว่าแนวโน้มเชิงบวกในตลาดแรงงานอาจหยุดชะงักลง อันเนื่องมาจากผลกระทบของภาวะช็อกด้านพลังงานซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการ EC คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ใน EU จะขยายตัว 1.1% ในปี 2569 ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากที่ระบุไว้ในรายงานคาดการณ์ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีที่แล้ว ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.4% ในปี 2570 ส่วน GDP ในกลุ่มยูโรโซนนั้น คาดว่าจะขยายตัว 0.9% ในปี 2569 และ 1.2% ในปี 2570
ส่วนเงินเฟ้อใน EU คาดว่าจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.1% ในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ถึง 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.4% ในปี 2570 ขณะที่เงินเฟ้อในยูโรโซนคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.0% ในปี 2569 และ 2.3% ในปี 2570 ทั้งนี้ แม้เงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยราคาพลังงานอาจชะลอตัวลงในปี 2570 แต่คาดว่าราคาพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามราว 20%
ขณะเดียวกันคาดว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน EU จะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 เดือน ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงและการจ้างงานที่ลดลง โดยคาดว่าการเติบโตของการจ้างงานใน EU ปี 2569 จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 0.3% จากนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.4% ในปี 2570 นอกจากนี้ คาดว่าการลดลงในระยะยาวของอัตราว่างงานมีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลง โดยคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 6% ในปี 2570
นอกจากนี้ รายงานของ EC ยังระบุว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อสถานะการคลังของประเทศในกลุ่ม EU โดยคาดว่าการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลในกลุ่ม EU จะเพิ่มขึ้นจาก 3.1% ของ GDP ในปี 2569 เป็น 3.6% ภายในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซา ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รวมทั้งการที่รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนด้านพลังงาน และการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่เพิ่มขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ค. 69)





