สธ.เตรียมหารือกต. เร่งวางมาตรการเดินทาง–กักกัน รับมือ”อีโบลา”จากพื้นที่เสี่ยง

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตรียมการหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางการเดินทาง การแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตผู้เดินทางจากประเทศพื้นที่เสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของโรคในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC)

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และจะปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยด้านสุขภาพแก่ประชาชน

โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พบผู้เดินทางจากเขตติดโรคอีโบลา เข้าประเทศไทยจำนวน 10 คน โดยเดินทางจากสาธารณรัฐยูกันดา 8 คน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 2 คน ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดกรองอาการป่วยแล้ว ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งคุมไว้สังเกตทั้งหมด โดยต้องรายงานอาการป่วยต่อเนื่องจนครบ 21 วัน

นายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้นำเสนอแนวทางการแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตผู้เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศที่ประกาศให้เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ต่อคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติเห็นควรให้กำหนดแนวทาง 4 ประเด็น ได้แก่

1.ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา ที่ไม่มีอาการป่วย จะถูกคุมไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ อย่างน้อย 21 วัน

2.ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แม้ไม่มีอาการป่วย จะต้องเข้ารับการกักกันในสถานที่ที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดและมีความเสี่ยงสูง

3.ผู้เดินทางจากหรือผ่านสาธารณรัฐยูกันดา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่มีอาการเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จะถูกแยกกักในสถานพยาบาลที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน

4.กรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคขอเตือนประชาชนชาวไทยที่มีแผนเดินทางไปยังประเทศเขตติดโรคติดต่ออันตราย โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางควรปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และหากเดินทางกลับประเทศไทยแล้วมีไข้หรืออาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 พ.ค. 69)

ข่าวล่าสุด