
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (27 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 53.90 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ 4,448.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้รับร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับเบื้องต้นกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยภายใต้กรอบดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในระยะเวลา 1 เดือน ขณะที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในเวลา 60 วัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจได้รับการรับรองเป็นมติผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ระบุว่า รายงานของสื่ออิหร่านเกี่ยวกับร่าง MoU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และบันทึกความเข้าใจที่อิหร่านเผยแพร่ ก็เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด และไม่ควรมีใครเชื่อสิ่งที่สื่อรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยังไม่ยุติลงในระยะเวลาอันใกล้นี้ และมีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก ซึ่งอาจทำให้เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากคำกล่าวของ นีล แคชคารี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิสซึ่งระบุว่า แม้ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด แต่เฟดจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่กำลังก่อตัวขึ้น
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (28 พ.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่
ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





