
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หอบหลักฐานยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เหตุไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ จากการละเว้นไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินรุกที่รถไฟ เขากระโดง จำนวนกว่า 5,083 ไร่ ทั้งที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาชัดเจนแล้ว ว่าที่ดินผืนดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การที่ปกป้องไม่ยอมเพิกถอน เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งตนจำเป็นต้องดำเนินคดี โดยเมื่อวานนี้ได้นำเอกสารอีกชุดไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
“การไม่เพิกถอน หรือช่วยเหลือกัน ถือว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตใช่หรือไม่ เมื่อผิดกฎหมาย ไม่ซื่อสัตย์สุจริต มันก็ผิดจริยธรรมด้วย เพราะฉะนั้นจึงต้องอาศัยช่องทางไปศาลรัฐธรรมนูญ” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว
พร้อมระบุว่า ขอฝาก กกต. ไว้ด้วย เพราะตนมายื่นตามระบบ ทำงานตามระบบ กกต. ก็ต้องทำตามระบบ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ หาก กกต.เบี้ยว ก็จะติดคุกเหมือนกรณีของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. เพราะกรณีนี้ชัดเจนว่า ศาลได้พิพากษาแล้ว
“ขอนับหนึ่งตั้งแต่วันนี้ จะติดตามว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไร หากชักช้า ประเทศชาติจะเสียหาย ฝากลุงแสวงไว้ด้วย ช่วยพิจารณาโดยเร็ว ไม่ต้องคิดอะไรมาก เสรีทำให้หมดแล้ว” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
โดยหลังจากยื่นหนังสือในวันนี้แล้ว ตนจะทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอเข้าพบในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. เพื่อให้ผู้การฯ บุรีรัมย์พาเข้าพบนายเนวิน ชิดชอบ ในเวลา 10.00 น. ส่วนนายเนวินจะให้เข้าพบหรือไม่ เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ตนมีเจตนาที่จะไปพูดคุยแบบลูกผู้ชาย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





