มองมุมต่าง: เจาะกลยุทธ์ Triple Momentum คัดหุ้นแกร่งเหนือดัชนี

แม้ว่าดัชนีตลาดหุ้นสำคัญหลายแห่งของโลกจะสามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าการปรับตัวขึ้นส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยหุ้นจำนวนไม่มาก

ขณะที่หุ้นอีกจำนวนมากยังคงเคลื่อนไหวซบเซาหรือให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงการเลือกลงทุนตามทิศทางของตลาดโดยรวม แต่เป็นการแข่งขันในการค้นหาหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนแข็งแกร่งและสามารถดึงดูดกระแสเงินลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การแข่งขันที่รุนแรงในหลายอุตสาหกรรม และกระแสเงินทุนต่างชาติที่เคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วตามทิศทางดอกเบี้ยโลก

แต่ก็ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่สามารถสร้างผลตอบแทนโดดเด่นได้จากปัจจัยเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์และ AI หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว หรือบริษัทที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจจนสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้เหนือกว่าตลาด

ในสภาวะที่เงินลงทุนเลือกไหลเข้าสู่หุ้นบางตัว มากกว่าการกระจายตัวทั่วทั้งตลาด นักลงทุนจึงต้องให้ความสำคัญกับการคัดกรองหุ้นมากขึ้นกว่าที่เคย

การเลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ขณะที่การพิจารณาจากกราฟราคาหรือกระแสข่าวเพียงด้านเดียวก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิด Triple Momentum หรือการวิเคราะห์โมเมนตัม 3 ด้าน ได้แก่ ราคา กำไร และกระแสข่าว ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในยุคนี้

กลยุทธ์ Triple Momentum จะพิจารณาโมเมนตัมพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ โมเมนตัมของราคา โมเมนตัมของกำไร และโมเมนตัมของกระแสข่าว เป็นแนวทางคัดกรองหุ้นที่เหมาะกับสภาพตลาดหุ้นในช่วงที่แรงซื้อไม่ได้กระจายตัวกว้างทั้งตลาด แต่กระจุกอยู่ในหุ้นเพียงบางกลุ่ม หรือบางธีมการลงทุนเท่านั้น

โมเมนตัมด้านราคา

สะท้อนพฤติกรรมของตลาดโดยตรง หุ้นที่ราคาปรับตัวแข็งแกร่งกว่าตลาด หรือแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมของตน มักบ่งชี้ว่ามีแรงซื้อสะสมหรือมีนักลงทุนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรมองเพียงราคาที่ปรับขึ้นในระยะสั้น แต่ควรพิจารณาความต่อเนื่องของแนวโน้ม ปริมาณการซื้อขาย และความสามารถของราคาหุ้นในการยืนเหนือระดับสำคัญ

เพราะหุ้นที่มีโมเมนตัมราคาดีอย่างแท้จริงมักไม่ใช่หุ้นที่ขึ้นแรงเพียงวันเดียว แต่เป็นหุ้นที่ตลาดค่อย ๆ ปรับมุมมองดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โมเมนตัมด้านกำไร

เรื่องนี้เป็นส่วนที่ช่วยยืนยันว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมีพื้นฐานรองรับหรือไม่ หุ้นที่มีการปรับประมาณการกำไรขึ้น รายได้เติบโต อัตรากำไรดีขึ้น หรือผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด มักมีโอกาสได้รับการประเมินมูลค่าใหม่จากนักลงทุน

สัญญาณเหล่านี้สำคัญมาก เพราะในระยะยาว ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามทิศทางของกำไร หากบริษัทสามารถสร้างกำไรได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความน่าสนใจของหุ้นก็มีน้ำหนักมากกว่าหุ้นที่ปรับขึ้นจากข่าวหรือแรงเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว

โมเมนตัมด้านกระแสข่าว

สิ่งนี้เป็นตัวเร่งที่ช่วยให้ตลาดรับรู้เรื่องราวของบริษัทเร็วขึ้น ข่าวเชิงบวก เช่น การได้งานใหม่ การเปิดตัวสินค้า การขยายตลาด การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม หรือธีมเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจ สามารถทำให้หุ้นได้รับความสนใจมากขึ้น

แต่ข่าวที่ดีควรสอดคล้องกับแนวโน้มกำไรและพฤติกรรมของราคา หากมีข่าวดีแต่ราคาหุ้นไม่ตอบสนอง หรือผลประกอบการยังไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลง นักลงทุนควรระมัดระวัง เพราะอาจเป็นเพียงความคาดหวังที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ

จุดแข็งของ Triple Momentum คือการใช้เป็นระบบคัดกรองมากกว่าการใช้เป็นสัญญาณซื้อขายแบบตายตัว นักลงทุนสามารถเริ่มจากการมองหาหุ้นที่ราคาทำผลงานดีกว่าตลาด จากนั้นตรวจสอบว่ากำไร หรือประมาณการกำไรมีแนวโน้มดีขึ้นจริงหรือไม่ และปิดท้ายด้วยการประเมินว่ามีกระแสข่าวหรือปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้ตลาดยังมีเหตุผลในการติดตามหุ้นตัวนั้นต่อไปหรือไม่

หุ้นที่ผ่านทั้งสามเงื่อนไขมักเป็นหุ้นที่มีโอกาสดึงดูดเงินทุนได้ดีกว่าหุ้นทั่วไป โดยเฉพาะในตลาดที่เงินลงทุนเลือกไหลเข้าสู่ผู้ชนะเพียงบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ไม่ได้รับประกันผลตอบแทน และไม่ควรถูกใช้โดยละเลยเรื่องมูลค่า ความเสี่ยง และจังหวะเข้าซื้อ หุ้นที่มีโมเมนตัมครบทั้งสามด้านอาจมีราคาสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว หากเข้าซื้อในช่วงที่ราคายืดตัวสูงเกินไป ความเสี่ยงจากการปรับฐานก็เพิ่มขึ้น

นักลงทุนจึงควรพิจารณาระดับราคาที่เหมาะสม ตั้งจุดตัดขาดทุน และประเมินว่าปัจจัยบวกที่ตลาดรับรู้นั้นยังมีโอกาสพัฒนาต่อหรือเริ่มถูกสะท้อนในราคาไปมากแล้ว

ในเชิงปฏิบัติ Triple Momentum เหมาะสำหรับการจัดลำดับความน่าสนใจของหุ้นในพอร์ตและหุ้นในรายการติดตาม หุ้นที่มีราคาแข็งแกร่ง กำไรมีแนวโน้มถูกปรับขึ้น และมีกระแสข่าวสนับสนุนต่อเนื่อง อาจได้รับน้ำหนักการลงทุนมากกว่าหุ้นที่มีเพียงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง

ขณะเดียวกัน หากหุ้นเริ่มสูญเสียโมเมนตัม เช่น ราคาหลุดแนวโน้ม กำไรเริ่มถูกปรับลง หรือข่าวดีเริ่มหมดแรงส่ง นักลงทุนก็ควรทบทวนสมมติฐานการลงทุนทันที

ในยุคที่ตลาดหุ้นทั่วโลกขับเคลื่อนด้วยธีมการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น AI ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต หรือการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ นักลงทุนที่สามารถค้นหาหุ้นซึ่งมีโมเมนตัมทั้งด้านราคา กำไร และกระแสข่าวสอดคล้องกันได้ มักมีโอกาสอยู่ในฝั่งเดียวกับกระแสเงินทุนของตลาดมากกว่า ขณะที่การลงทุนโดยอาศัยเพียงความรู้สึกหรือการคาดเดาทิศทางตลาดโดยรวมอาจมีประสิทธิภาพลดลงเรื่อย ๆ

ด้วยเหตุนี้ Triple Momentum จึงยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือคัดกรองหุ้นที่มีประโยชน์อย่างมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน เพราะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในงบการเงิน สิ่งที่กำลังสะท้อนผ่านราคาหุ้น และสิ่งที่ตลาดกำลังให้ความสนใจในเวลาเดียวกัน

เมื่อทั้งสามองค์ประกอบเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสที่หุ้นจะกลายเป็นผู้นำของรอบการลงทุนใหม่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น

ธิติ ภัทรยลรดี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มิ.ย. 69)