
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันอังคาร (9 มิ.ย.) หลังจากตลาดลดช่วงบวกในช่วงต้นวัน โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ยังมีความเปราะบาง
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 618.64 จุด ลดลง 3.09 จุด หรือ -0.50%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,203.43 จุด เพิ่มขึ้น 4.14 จุด หรือ +0.05%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,433.06 จุด ลดลง 183.16 จุด หรือ -0.74% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,227.33 จุด ลดลง 145.87 จุด หรือ -1.41%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และพลังงานเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.5% และ 2.4% ตามลำดับ
บรรยากาศการลงทุนยังคงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ขณะที่ คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ความหวังต่อการคลี่คลายความตึงเครียดอย่างยั่งยืนถูกลดทอนลง หลังอิสราเอลโจมตีเมืองไทร์ซึ่งเป็นเมืองท่าประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของเลบานอนในวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ขณะที่อิหร่านได้เตือนเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีพันธมิตรของตนอย่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
นักวิเคราะห์จาก Franklin Templeton กล่าวว่า ตลาดอยู่ในภาวะเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาตลอด 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบในระดับที่น้อยกว่าจากความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเกิดขึ้นในตลาดเอเชียและสหรัฐฯ
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรป ซึ่งเผชิญความผันผวนเป็นระยะในช่วงที่ผ่านมา แม้มีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงแรกของการซื้อขาย แต่สุดท้ายปิดลดลง 1.3% ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดวอลล์สตรีท
แม้อ่อนตัวลงในวันอังคาร แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงมีแนวโน้มทำผลงานดีที่สุดในดัชนี STOXX 600 ในไตรมาสนี้
ภาคการเงินของอิตาลียังคงเป็นจุดสนใจ หลัง Monte dei Paschi di Siena (MPS) ได้รับข้อเสนอซื้อกิจการจากคู่แข่งอย่าง Intesa Sanpaolo และ Banco BPM ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมธนาคารของยูโรโซน
ขณะเดียวกัน Intesa ยังประกาศแผนแยกต่างหากในการขายสาขา MPS จำนวน 635 แห่ง พร้อมแบรนด์ให้แก่ Unipol เพื่อบรรเทาความกังวลด้านการแข่งขันทางการค้า
หุ้น MPS ปรับตัวขึ้น 2.6% ขณะที่หุ้น Banco BPM และ Intesa เพิ่มขึ้นราว 1% ส่วนหุ้น BPER Banca และ Unipol ปรับตัวขึ้น 4.7% และ 2.9% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมร่วงลง 2% โดย Ericsson และ Nokia เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังนักลงทุนอ้างถึงรายงานที่เตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ อินวิเดีย (Nvidia) กำลังพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคใหม่ในอนาคต
ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศปรับตัวลง 0.7% หลัง Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มกลาโหมยุโรปลงสู่ระดับ “เท่ากับตลาด” (equal-weight) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี โดยให้เหตุผลว่ามีการปรับลดคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทในกลุ่มดังกล่าวลงอย่างต่อเนื่อง
บรรดานักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ (11 มิ.ย.) โดยตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับสัญญาณเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์จาก Wealth Club กล่าวว่า มีแนวโน้มสูงที่ ECB จะดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่คงไม่ต้องการใช้นโยบายที่เข้มงวดเกินไปจนกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยมุมมองหลังจากนี้น่าจะเป็นการรอดูสถานการณ์ต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)





