ราคาทองสปอต-ฟิวเจอร์ดิ่งต่อเนื่อง นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อหลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน

ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ในวันนี้ (10 มิ.ย.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์ตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะผลักดันต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น

ณ เวลา 11.10 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 1.8% สู่ระดับ 4,182.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปรับตัวลง 1.87% สู่ระดับ 4,206.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

บรรดานักลงทุนลดการถือครองทองคำก่อนการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้

บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) ภายหลังเฮลิคอปเตอร์ทางทหารของสหรัฐฯ ถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามและกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก

ความวิตกดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นราว 1% ในวันนี้ เพิ่มความกังวลว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอาจกลายเป็นแรงผลักดันเงินเฟ้อ และทำให้เฟดต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวดต่อไป

นักลงทุนจึงลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมตลาดมากกว่า 70% ที่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.

โดยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักส่งผลลบต่อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เนื่องจากทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น 0.1% ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชีย และยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ทำไว้เมื่อต้นสัปดาห์นี้

ตลาดกำลังจับตาการเปิดเผยข้อมูล CPI ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคในเดือนพ.ค. จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 4.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2566 และอาจตอกย้ำมุมมองว่าเฟดจะยังคงใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 16-17 มิ.ย. โดยตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม แต่มีแนวโน้มส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายมากขึ้น หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 69)