
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (11 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ และส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในช่วงเช้านี้
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 63,329.17 จุด ลดลง 850.10 จุด หรือ -1.32%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,380.02 จุด ลดลง 27.94 จุด หรือ -0.11% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,979.71 จุด ลดลง 13.52 จุด หรือ -0.34%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 4.1% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.97%
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า กองกำลังทหารของสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านระลอกใหม่ในวันพุธ (10 มิ.ย.) ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นมาตรการ “ป้องกันตนเอง” เพื่อ “ตอบโต้อิหร่านที่กระทำการอันก้าวร้าวอย่างต่อเนื่องและไม่มีเหตุผลอันควร”
การโจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เตือนเมื่อช่วงเช้าวันพุธว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางทหารกับอิหร่านต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องหลังจากที่กองทัพได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) หลังเกิดเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกสหรัฐฯ ถูกยิงตกเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นการกระทำของอิหร่าน
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นเช้านี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อ และส่งผลให้อุปทานพลังงานอยู่ในภาวะชะงักงันเป็นเวลานานขึ้น
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.94% สู่ระดับ 92.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 2.52% สู่ระดับ 95.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)





