JAS ผงาดคว้าสิทธิ์บอลโลกดัน MONOMAX ยอดซับฯพุ่ง โบรกกางโผหุ้นรับส้มหล่นยกแผง ICT-อาหาร-ท่องเที่ยว

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล [JAS] ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ SIAMSPORT ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงว่าหากการเจรจาบรรลุข้อตกลง สมาชิก MONOMAX ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจะสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้ทันทีผ่านแพ็กเกจเดิม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และล่าสุดข้อมูลดังกล่าวก็มีแนวโน้มเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครสมาชิกใหม่ก็จะสามารถรับชมการแข่งขันได้ภายใต้แพ็กเกจปกติเช่นเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า JAS เตรียมแบ่งสิทธิ์ถ่ายทอดสดบางส่วนให้กับฟรีทีวีเพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลชาวไทยเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง คาดว่าจะครอบคลุมราว 50% ของจำนวนแมตช์ทั้งหมด รวมถึงเกมนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศด้วย

สำหรับฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 69 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 48 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน และมีโปรแกรมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 104 นัด ทั้งนี้ รายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับช่องทางการรับชม โปรแกรมถ่ายทอดสด และการแบ่งสิทธิให้สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้

เรามีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น โดยเราคาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท), SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) ขณะที่เราได้ list หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมากไปน้อย ดังนี้

กลุ่ม ICT: JAS (NR), MONO (NR) มีโอกาสแบ่ง sub-license ให้ช่องทีวีดิจิทัลหรือพันธมิตรอื่นบางแมตช์ นอกเหนือจากนี้ JAS ยังสามารถขายโฆษณาระหว่างการแข่งขัน และ sponsorship ต่างๆ ด้วย สำหรับ MONO ได้ประโยชน์จาก subscribers ที่จะเพิ่มขึ้น

ADVANC (NR), TRUE (NR) ช่วงแข่งขันมีการรับชมผ่านมือถือและสตรีมมิงมากขึ้น โดยเฉพาะแมตช์ที่เตะช่วงดึกถึงเช้า ทำให้ปริมาณการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น

กลุ่ม Food & Beverage: ได้รับประโยชน์จากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท), OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท), ICHI (NR), SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท)

กลุ่มท่องเที่ยว: CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) ได้ประโยชน์จากธุรกิจอาหารที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ KFC (สัดส่วนรายได้ 44% ของธุรกิจอาหาร) อ้างอิงจากไตรมาส 2/61 และ ไตรมาส 4/65 ที่มีบอลโลก ส่งผลให้รายได้ธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นได้ดี +10% YoY และ +17% YoY ตามลำดับ

กลุ่ม Commerce: CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท) ได้ประโยชน์จาก traffic และกำลังซื้อกลุ่ม FMCG ในช่วงบอลโลก

กลุ่ม Media: PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่ม FMCG ที่คาดว่าจะใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มในช่วงบอลโลก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือความเป็นไปได้ที่ ADVANC จะเข้ามาร่วมสนับสนุนหรือเป็นพันธมิตรด้านการถ่ายทอด หากเกิดขึ้นจริงอาจยังเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นระยะสั้น จากมุมมองของตลาดที่กังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้นอ่อนตัวลงบริเวณต่ำกว่า 350 บาท มองเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการสะสม

ด้าน TRUE ประเมินว่าไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลครั้งนี้ และยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนใช้เป็นที่พักเงินท่ามกลางความผันผวนของตลาดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

กลุ่มเครื่องดื่ม – ประเทศไทยได้สิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เรามองเป็นต่อหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง, กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ อย่าง CBG (สัดส่วนรายได้จากเครื่องดื่มชูกำลัง และจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอร์รวม 70%), OSP (สัดส่วนรายได้จากเครื่องดืมชูกำลังราว 60%), TACC (สัดส่วนรายได้เกือบทั้งหมดมาจากการสินค้ากลุ่มชาและกาแฟ), HTC (เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าของ “โค้ก” ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักให้ฟุตบอลโลก) และ THAIBEV19 (สัดส่วนรายได้จากธุรกิจแอลกอฮอร์ราว 70%)

กลุ่มสื่อ – เรามองข่าวดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้น JAS และ MONO จากการต่อยอดธุรกิจกีฬาและเพิ่มความแข็งแกร่งของ ecosystem คอนเทนต์ฟุตบอล โดยเฉพาะการรักษาฐานสมาชิกพรีเมียร์ลีกเดิมราว 1.75 ล้านราย ในช่วงรอยต่อหลังจบฤดูกาล 2025/26 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. และก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ 2026/27 วันที่ 15 ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงเสี่ยงต่อการยกเลิกสมาชิกสูงจากช่องว่างเกือบ 3 เดือน แต่ในแง่ความคุ้มค่าต้องรอฟังรายละเอียดเรื่องค่าลิขสิทธิ์ และสปอนเซอร์ที่จะมาช่วยสนับสนุน

นอกจากนี้ เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มสื่อโดยรวม โดยเฉพาะ ONEE, BEC และ PLANB จากการกลับมาของมหกรรมฟุตบอลโลกซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้งบโฆษณา การทำการตลาด และการติดตามข่าวสารของผู้บริโภคมากขึ้น แม้การแข่งขันส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงดึกถึงเช้ามืดของประเทศไทย แต่ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่ม engagement ของผู้ชมผ่านทั้งทีวี แพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อนอกบ้าน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)

ข่าวล่าสุด