ตร.กัมพูชาบุกค้นโกดังในพนมเปญ พบผลิตภัณฑ์เนื้อไก่จากไทย

ตำรวจกัมพูชาพบผลิตภัณฑ์เนื้อไก่จำนวนมากที่มีเครื่องหมายระบุว่ามาจากประเทศไทย ระหว่างการบุกตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญเมื่อวันพุธ (10 มิ.ย.)

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ขแมร์ไทมส์ (Khmer Times) รายงานว่า กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมตำรวจกรุงพนมเปญ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น บุกตรวจค้นคลังสินค้าเนื้อสัตว์แช่แข็งของ พุด บุนหอม ในตำบลโคกระกา อำเภอพฤกพเนา เมื่อช่วงบ่ายวานนี้

รายงานระบุว่า ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบไก่มากกว่า 500 ชิ้นที่มีคำว่า ‘Thailand’ บนบรรจุภัณฑ์ เจ้าของสถานที่จึงถูกเรียกตัวเข้าสอบปากคำที่สถานีตำรวจกรุงพนมเปญ ขณะที่โกดังดังกล่าวถูกปิดชั่วคราว

การบุกตรวจค้นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าจากไทยมายังกัมพูชา ซึ่งรวมถึงการยึดทรัพย์สินและส่งตัวไปใช้แรงงานตามแนวชายแดน

ฮุน เซน กล่าวว่า แม้ชายแดนกัมพูชา-ไทยปิดมาตั้งแต่กลางปี 2568 แต่ยังคงมีคนบางกลุ่มลักลอบนำเข้าสินค้าจากไทย

“ผมขอให้พวกคุณลงโทษพวกลักลอบขนของเถื่อน มีคนบอกว่ายังคงมีผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าจากที่นั่น เจ้าหน้าที่ของเราต้องเฝ้าระวังด่านชายแดนทั้งหมด สกัดกั้นการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบ ยึดทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามี และส่งพวกเขาไปขนดิน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

นอกจากนี้ เขายังกล่าวด้วยว่า กัมพูชาไม่กังวล แม้ไทยจะปิดพรมแดนต่อไปอีก 100 ปี หรือ 500 ปี เพราะกัมพูชาไม่ได้ขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค

“เรามีน้ำดื่มของเราเอง มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเราเอง และมีสินค้าทุกอย่างที่เราต้องการ เราควรใช้และบริโภคผลิตภัณฑ์ของเราเอง” ฮุน เซน กล่าว “ตลอดปีที่ผ่านมา กัมพูชามีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดหาสินค้าของตัวเอง ดังนั้น สินค้าที่ไทยเคยส่งออกมายังกัมพูชา มูลค่าประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ ควรจะอยู่ในประเทศไทยเพื่อใช้เอง ส่วนกัมพูชาควรหันมาใช้สินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นแทน และหากการผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ ก็นำเข้าจากเวียดนาม มาเลเซีย จีน และสิงคโปร์ได้”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)

ข่าวล่าสุด