
ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลกและพันธมิตรด้านการผลิตของแอปเปิ้ล (Apple) เปิดเผยแผนลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในเวียดนาม กำลังการผลิตรวม 1 กิกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานและเครือข่ายซัพพลายเออร์ของฟ็อกซ์คอนน์ในเวียดนาม
แถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (8 มิ.ย.) ระบุว่า ฟ็อกซ์คอนน์จะดำเนินโครงการดังกล่าวร่วมกับบริษัทบรู๊กฟีลด์ (Brookfield) โดยความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับฐานการผลิตในเวียดนาม ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในกลยุทธ์การกระจายฐานการผลิตของบริษัท
ฟ็อกซ์คอนน์ ซึ่งมีชื่อทางการว่า ฮอน ไฮ พรีซิชัน อินดัสทรี (Hon Hai Precision Industry) และเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI รายสำคัญให้กับอินวิเดีย (Nvidia) ได้ทยอยย้ายกำลังการผลิตจากจีนไปยังเวียดนาม โดยปัจจุบันผลิตไอแพด (iPad) ชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และถาดสวิตช์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ใน 5 จังหวัดของประเทศ
ปัจจุบันเวียดนามถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตหลักของฟ็อกซ์คอนน์ ร่วมกับอินเดีย เม็กซิโก และสหรัฐฯ โดยบริษัทมีพนักงานในเวียดนามมากกว่า 100,000 คน และผลิตชิ้นส่วนจอภาพ แม่พิมพ์ และเครื่องชาร์จรถยนต์
แม้ฟ็อกซ์คอนน์จะไม่ได้เปิดเผยมูลค่าเงินลงทุนของโครงการดังกล่าว แต่ระบุว่าจะติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และใช้รูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement)
การลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เวียดนามเริ่มเปิดทางให้ภาคเอกชนสามารถซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันได้โดยตรง แทนการพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐเพียงช่องทางเดียว ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสภาพอากาศร้อนในฤดูร้อนกำลังกดดันอุปทานพลังงานของประเทศ
เจมส์ ตู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของฟ็อกซ์คอนน์ระบุว่า การร่วมลงทุนและบริหารโครงการกับบรู๊กฟีลด์จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้า และรองรับการเติบโตของธุรกิจในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ด้านบรู๊กฟีลด์ซึ่งเคยมี มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาคนปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษาด้านพลังงาน ได้เข้าซื้อกิจการฟาร์มกังหันลมกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ในเวียดนามเมื่อไม่นานมานี้ โดยระบุว่าลูกค้าหลายรายมีฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเวียดนาม
นอกจากนี้ บรู๊กฟีลด์ยังเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานทางเลือกในมาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่ภาคการผลิตทั่วโลกหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น
แดเนียล เฉิง หัวหน้าฝ่ายพลังงานประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของบรู๊กฟีลด์กล่าวว่า ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ความรวดเร็วในการพัฒนาโครงการ และความมั่นคงด้านพลังงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้ผลิตทั่วโลกหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสัญญาจัดหาพลังงานระยะยาวในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฟ็อกซ์คอนน์ระบุเพิ่มเติมว่า โครงการพลังงานหมุนเวียนแห่งนี้จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของผู้จัดหาวัตถุดิบและซัพพลายเออร์ของบริษัทในเวียดนามด้วยเช่นกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 69)





