
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในแม่น้ำเจ้าพระยา หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนให้กรุงเทพมหานคร และ 6 จังหวัดภาคกลาง เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง-น้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 14-20 มิ.ย. 69 รวมถึงการเตรียมความพร้อมแผนบริหารจัดการน้ำของ กทม. เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยประสานความร่วมมือกรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการขึ้นลงของน้ำทะเลและปริมาณน้ำเหนืออย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ

โดยความยาวตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ รวมทั้งสิ้น 88 กิโลเมตร แบ่งเป็น แนวป้องกันฯ ของ กทม. 80 กม. ส่วนอีก 8 กม. เป็นแนวป้องกันฯ ของเอกชน หรือหน่วยงานอื่น 3.65 กม. และแนวป้องกันน้ำฯ ที่ยังไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ หรือเป็นแนวฟันหลอประมาณ 4.35 กม. ซึ่ง สนน. ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยเรียงกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน ยกระดับความสูงอยู่ที่ +2.40 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ถึง +2.70 ม.รทก.
สำหรับบริเวณระหว่างการก่อสร้างแนวป้องกันฯ ได้ดำเนินการเรียงกระสอบทรายเช่นเดียวกับแนวฟันหลอ ส่วนบ้านเรือนชุมชนนอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ปัจจุบันมีทั้งหมดประมาณ 11 ชุมชน อยู่ในพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน รวมทั้งสิ้น 320 หลังคาเรือน รวมถึงยังมีพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นลักษณะพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวริมแม่น้ำที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง
โดยได้ดำเนินการเรียงกระสอบทรายบริเวณพื้นทางเดินและจุดพื้นที่ต่ำของชุมชนที่อยู่นอกแนว เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำไหลเข้าท่วมชุมชนบ้านเรือน พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามชุมชนนอกแนว เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที รวมถึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในบางพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน จัดเจ้าหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดตามรอบวันและเวลาของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ

นอกจากนี้ ได้จัดทำแผนควบคุมการปิด-เปิดประตูระบายน้ำพร้อมกับแผนการเดินเครื่องสูบน้ำแต่ละสถานีให้สอดคล้องและเหมาะสมกับช่วงจังหวะเวลาการขึ้น-ลงของน้ำทะเลจากอ่าวไทย เพื่อไม่ให้ระดับน้ำมีผลกระทบต่อชุมชนตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ส่วนการแจ้งเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและการให้ความช่วยเหลือ ได้ประสานงานสำนักงานเขต ให้ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนผู้ประกอบกิจการและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว และสามารถเตรียมการป้องกันได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะ 11 ชุมชนดังกล่าวที่อาศัยอยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วม หรืออยู่บริเวณแนวฟันหลอให้ยกสิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือใช้สอยขึ้นในที่สูง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)




