
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.78 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากปิดวานนี้ที่ระดับ 32.76 บาท/ดอลลาร์
โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน แม้จะได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าบ้าง ตามจังหวะ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาผสมผสาน
วันนี้ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนพฤษภาคม พร้อมทั้ง รอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประกอบการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ ECB
ส่วนในฝั่งไทย ตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดการส่งออก-นำเข้า เดือนพ.ค.ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งจะรอติดตามพัฒนาการของ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ กับอิหร่าน บรรลุข้อตกลงสันติภาพ และสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กลับมาร้อนแรงขึ้น อีกครั้ง
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการในตะวันออกกลางที่มีความ ไม่แน่นอน จนกว่าจะเห็นการลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นรูปธรรม
“ระยะสั้น เงินบาทอาจยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า จากความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลด ความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED” นายพูน ระบุ
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.65-32.90 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.13 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 160.76 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1460 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1483 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.672 บาท/ดอลลาร์
- บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) ได้รายงานการวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือของ ประเทศไทย โดยได้คงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
- รองนายกฯ เอกนิติ ระบุว่า การที่สถาบัน IMD ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยมีอันดับดีขึ้น 4 อันดับ จาก อันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งผลการจัดอันดับล่าสุดนี้ มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่รัฐบาลจะนำมาพิจารณา และหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นจากการขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่ง จะมีการประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.นี้
- “ไทยบีเอ็มเอ” เผย “หุ้นกู้บริษัทขนาดใหญ่” ความน่าเชื่อถือ ระดับสูง และบริษัทลูกที่มีบริษัทแม่แข็งแกร่ง ดัน “ยอดออก ใหม่” ล่าสุดทะลุ 3.5 แสนล้าน ไล่บี้สถิติปีก่อน ชี้เป็นสัญญาณฟื้นตัวของตลาด พร้อมล็อกต้นทุน รับ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” คงเป้ายอดออกทั้งปี 69 แตะ 9 แสนล้าน
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวัน พฤหัสบดี (18 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เควิน วอร์ช ประธานเฟดคน ใหม่ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
- สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 135.50 ดอลลาร์ หรือ 3.09% ปิดที่ 4,245.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ปิดร่วงลงกว่า 3% โดยตลาดถูกกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในปีนี้ นอกจากนี้ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ยังส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า และเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดราคาทองคำ
- เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การนับถอยหลัง 60 วันสู่การบรรลุข้อตกลงถาวรเพื่อยุติสงครามระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU)
- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 226,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย
- เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย 0.25% อย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. และให้น้ำหนักราว 20% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
- ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 7-2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี สอด คล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ พร้อมกับเตือนว่า สงครามในตะวันออกกลางได้ผลักดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น และเพิ่มความไม่แน่ นอนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)





