พรรคส้ม จี้ ป.ป.ช.ลุยสอบ TH-AI Passport ไม่ต้องรอคนร้อง หากเพิกเฉยเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า ตามพ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 14 วรรคสอง เขียนไว้ค่อนข้างชัดมากว่าไม่จำเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล ถ้า ป.ป.ช. เห็นพฤติกรรมที่ส่อเขาว่าจะมีการฮั้วประมูล จะต้องสอบสวนตามกฎหมาย และเมื่อสอบสวนออกมาแล้ว ถ้ามีมูลก็ต้องดำเนินคดีต่อ

“ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อเค้า ต้องดำเนินการสอบสวนทันที โดยไม่ต้องมีคนร้องด้วยซ้ำ ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทำ แปลว่าทำผิดต่อกฎหมาย ละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดำเนินการได้ในทันที” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

พร้อมระบุอีกว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะมีการส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าในตัวข้อสังเกตดังกล่าว จะต้องมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทำให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว

“ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคำ และลายลักษณ์อักษรที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. ต้องสามารถดำเนินการได้เลยทันที ในส่วนของเราก็จะดำเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบ 1 เดือน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ส่วนกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลยนั้น นายณัฐพงษ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้น และยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่มองว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดำเนินโครงการนี้ใหม่

“ในเมื่อสังคมตั้งคำถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุผิดปกติเยอะ ทำไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิก และเปิดประมูลใหม่ได้ตาม TOR เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้” หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุ

ส่วนกรณีนี้ จะเป็นผลให้เกิดคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้ วยหรือไม่ หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากนัก กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก ดังนั้นจึงอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม ทางพรรคเองก็พร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบนายภาวุธ หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ซึ่งได้หารือกับนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะให้นายภาวุธ เข้ามาชี้แจง และต้องให้ความเป็นธรรมกับนายภาวุธด้วย

“จากรูปการที่เราเห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้น คงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายในของเรา เพราะฉะนั้น เรื่องนี้คงจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริง และให้นายภาวุธ เข้ามาชี้แจง…รายละเอียดเรื่องนี้ ว่าเงิน มีที่มาที่ไปอย่างไร ควรให้นายภาวุธชี้แจงด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 มิ.ย. 69)

ข่าวล่าสุด