นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้แกว่งตัวในกรอบ แต่อาจจะมีการพักตัวจาก Sentiment แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐ ที่อาจกดดันหุ้นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังไม่มีปัจจัยใหม่ และดัชนี PCE เดือนพ.ค.ของสหรัฐรายงงานออกมาใกล้เคียงตลาดคาด ทำให้ไม่ส่งผลต่อมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐ พร้อมให้แนวต้าน 1,565 จุด แนวรับ 1,545 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ แต่อาจจะมีการพักตัวบ้าง จากแรงกดดันหุ้นที่อิงกับเทคโนโลยี ซึ่งเมื่อคืนนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐส่วนใหญ่ยังคงมีแรงขายออกมา ทำให้อาจจะเป็นปัจจัยที่มี Sentiment ต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้ได้
ขณะเดียวกันยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนต่อตลาดหุ้นในช่วงนี้ แม้ว่าเมื่อคีนนี้สหรัฐรายงานตัวเลขดัชนี PCE เดือนพ.ค.ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ทำให้ยังไม่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อมุมมองดอกเบี้ยของสหรัฐ
พร้อมให้แนวต้าน 1,565 จุด แนวรับ 1,545 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (25 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,920.62 จุด เพิ่มขึ้น 71.72 จุด หรือ +0.14%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,357.49 จุด ลดลง 0.73 จุด หรือ -0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,358.60 จุด ลดลง 118.03 จุด หรือ -0.46%
- ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 71,587.71 จุด ลดลง 778.63 จุด หรือ -1.08%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,952.09 จุด ลดลง 124.82 จุด หรือ -0.54% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,098.69 จุด ลดลง 21.59 จุด หรือ -0.52%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (25 มิ.ย.) 1,558.55 จุด เพิ่มขึ้น 10.33 จุด (+0.67%) มูลค่าซื้อขาย 85,992.76 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (25 มิ.ย.) 632.83 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค. (25 มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.25% ปิดที่ 71.92 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (25 มิ.ย.) อยู่ที่ 13.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 33.42/43 อ่อนค่านำภูมิภาค หลังตัวเลข PCE สหรัฐฯออกมาตามคาด มองกรอบวันนี้ 33.30-33.50
- ทรัมป์ ยื่นคำของบเพิ่มเติม 87,600 ล้านดอลลาร์ต่อรัฐสภา โดยกว่า 2 ใน 3 เป็นงบด้านกลาโหมและค่าใช้จ่ายเร่งด่วนจากสงครามอิหร่าน เพียงวันเดียวหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเพื่อจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์
- “อนุทิน” แถลงรัฐบาลออกร่าง พ.ร.บ.โอนงบ ปี 69 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ “ภราดร”แจงออก พ.ร.บ. ล่าช้า เหตุต้องรอตั้งงบปี 70 ให้เสร็จก่อน “เอกนิติ”ย้ำมีความจำเป็น “ศิริกัญญา”ซัดรัฐบาลโอนงบแก้วิกฤตตัวเอง สะท้อนสถานการณ์คลัง ชักหน้าไม่ถึงหลัง ใช้จ่ายเกินตัว “กรณ์” มองเหมือนเด็กเล่นขายของ ทำเหมือนเป็ดง่อย แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ทำไปเพราะเขิน-แก้ต่างว่าใช้ทุกเครื่องมือแก้ปัญหา สุดท้ายมีมติ เห็นชอบ 462 เสียง
- คลัง โชว์ 8 เดือนจัดเก็บรายได้ ทะยานแตะ 1.77 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้า 4 หมื่นล้านบาท อานิสงส์กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง จ่ายปันผล-รีด VAT หนุน ‘สรรพากร-สรรพสามิต’ ผล งานฉลุย
- “เอกนัฏ” เปิดแผน PDP ฉบับใหม่ ขยับเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดกว่า 60% พร้อมลุย SMR 2,400 เมกฯ ดันโซลาร์ไทยผลิตได้ 2.72 แสนเมกะวัตต์ จ่อชง กบง. เดือน ก.ค.นี้ ก่อนเปิดรับฟังประชาพิจารณ์
- ก.ล.ต. รื้อใหญ่ กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ล้อมคอก “เน็กเก็ตชอร์ต-ซุกหุ้น” จ่อเพิ่มโทษอาญา-เพิ่มอำนาจสั่งเบรกธุรกรรมฉ้อฉล บรรเทาความเสียหายนักลงทุน โบรกมองช่วยเพิ่ม ความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่น นักลงทุนตามมาตรฐานสากล
- เครือสหพัฒน์เผยภาพรวมเศรษฐกิจ-กำลังซื้อคนไทยผันผวนมาก ชี้สินค้าอุปโภคบริโภคแข่งแรง รับทำธุรกิจยากขึ้น มองมาตรการรัฐโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ส่งผลดี พร้อมเดินหน้าผนึกนักลงทุนจากแดนมังกร
- ลือสะพัด! “ไชน่า โมบายล์” ปล่อยหุ้น TRUE ยกล็อตกว่า 2,600 ล้านหุ้น พร้อม “ส่วนลด” ระดับ 5-10% เบื้องต้นราคาขายราว 12.00-12.20 บาทต่อหุ้น กดดันราคากระดานดิ่งหนัก 6.72% ด้าน “ทรู” ยัน ปัจจัยพื้นฐานบริษัทไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไร้สัญญาณพันธมิตรจีนขาย
หุ้นเด่นวันนี้
- HMPRO (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 7.30 บาท คาดกำไร 2Q26 อยู่ที่ 1.48 พันลบ. (+7.5% YoY, +5.3% QoQ) หนุนจาก GPM ที่ดีขึ้นและการควบคุม SG&A มีประสิทธิภาพ แม้ SSSG ยังอ่อนตัว คาดกำไร 2H26 ฟื้นตัวเด่น จาก SSSG ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่การปรับขึ้นราคาสินค้าและ GPM ที่ขยายตัวจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” มอง Valuation ยังไม่แพง ซื้อขายที่ PER 13.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม และมีโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม
- TRUE (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 16.66 บาท ด้านผลการดำเนินงานคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 6.72 พันล้านบาท +231% y-y และ 2% q-q หนุนจากรายได้บริการหลักที่ฟื้นตัวทั้ง mobile และ FBB รวมถึง ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจาก Network optimization และดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง ประมาณการกำไรปี 2026 ของตลาดที่ 2.4 หมื่นล้านบาท คาดมี Upside 5-10% โดยมองราคาหุ้นปรับลงแรงจากประเด็นข่าวลือผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งอาจขายหุ้น เป็นจังหวะในการเข้าลงทุน โดยเฉพาะหากราคาปรับลงหาระดับ 12 บาท หรือต่ำกว่า โดย PER จะลดลงเหลือราว 15-16 เท่าและคาด Dividend Yield ราว 4%
- CENTEL (พาย) “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท คาดกำไรปี 69 เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงแรม ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากมาตรการ Co-payment ของรัฐบาล ช่วยสนับสนุนค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 69 ต่อเนื่องต้นปี 70 และล่าสุด RevPAR เดือน พ.ค. 69 +1% ถึง +3% YoY ดีขึ้นจาก -20% YoY ในเดือน เม.ย. 69 ขณะที่ EBITDA ของโรงแรมในดูไบยังคงเป็นบวกในช่วง QTD ของ 2Q26 สะท้อนภาพผลกระทบที่ไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดคาด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)





