นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มหุ้นไทยเช้านี้คาดพักตัวรับ Sentiment หลักจาก Sell off หุ้นเทคโนโลนีตลาดภูมิภาคยังคงเผชิญแรงกดดันตามหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ เนื่องจาก Valuation ตึงตัว อีกทั้งช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี Semiconductor ของสหรัฐฯ ร่วงราว 5% ส่วนหนึ่งได้รับแรงกดดันจากกระแสข่าว OpenAI จ่อเลื่อนขาย IPO ออกไปเป็นปีหน้า ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อภาพรวมทั้งกลุ่ม
แม้ตลาดยังมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มคลายความกังวลลง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายระงับการโจมตีชั่วคราวมุ่งเป้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศวันนี้คาดว่าจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากเป็นวันซื้อขายสุดท้ายของ Series M จะมีการปิดสถานะ หรือ Rollover
โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,530 จุด และแนวต้าน 1,550 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (26 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,876.11 จุด ลดลง 44.51 จุด หรือ -0.09% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,354.02 จุด ลดลง 3.47 จุด หรือ -0.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,297.62 จุด ลดลง 60.99 จุด หรือ -0.24%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 69,609.88 จุด เพิ่มขึ้น 249 จุด หรือ +0.35%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,827.65 จุด เพิ่มขึ้น 155.79 จุด หรือ +0.69% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,026.69 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (26 มิ.ย.) 1,542.34 จุด ลดลง 16.21 จุด (-1.04%) มูลค่าซื้อขาย 66,478.13 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (26 มิ.ย.) 1,317.80 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค. (26 มิ.ย.) ร่วงลง 2.69 ดอลลาร์ หรือ 3.74% ปิดที่ 69.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 มิ.ย.) อยู่ที่ 16.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.41 อ่อนค่า กังวลตอ.กลางยังไม่แน่นอน คาดกรอบวันนี้ 33.30-33.55
– “เฟทโก้” กางพิมพ์เขียวรับมือยุค “โลกไร้ระเบียบ” ชี้ความเสี่ยง “6 ด้านรุมเร้า” บีบธุรกิจระดับโลกเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์จากเน้น “ประสิทธิภาพ”ไปสู่ “ความมั่นคง” เตือนภัยคุกคาม “สงครามการค้า-China Shock 2.0” ดันเงินเฟ้อดอกเบี้ยค้างสูง ขณะที่ “AI-ความเป็นกลาง” เป็นตั๋วใบสำคัญดันเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นไทยพุ่ง “ไทยพาณิชย์” แนะกระจายสินทรัพย์-ปั้นพอร์ตทนทานรับผันผวน เตือนระวัง “5 ข้อลงทุน” เสี่ยงทำพอร์ตลงทุนพัง
– “บิ๊กคอร์ป” ปรับตัวรับปัจจัยเสี่ยงโลก WHA รุก New Economy มุ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ รับดาต้าเซนเตอร์-อีวี บูม PROUD แนะสินทรัพย์หลบภัย ย้ำลงทุนอสังหาฯ ปกป้องมูลค่าจากภาวะช็อกเงินเฟ้อ AIS วาง “คอนเนคทิวิตี้” เครื่องยนต์ใหม่ฝ่าพายุเศรษฐกิจ พร้อมเร่งวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทยระยะยาว
– จับตาอนาคตไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน เลขาฯอีอีซีเผยเหลือแค่ 2 ทางเดินหน้าต่อ แก้สัญญาสร้างไป-จ่ายไป หรือยกเลิก รอเอกชนตัดสินใจ ชงบอร์ดอีอีซีชี้ขาด ด้าน “ศุภชัย” เปิดใจยอมรับโจทย์ยากปัจจัยหลายอย่างเปลี่ยน เผยจิ๊กซอว์สำคัญเส้นทางต่างๆ ไม่เกิดขึ้นส่งผลต่อความเป็นไปได้การลงทุน พร้อมเดินหน้าต่อ แจงโครงการช่วยกระจายความเจริญต่อเศรษฐกิจ สะพัดหากต้องยกเลิกกลุ่ม “บีทีเอส” พร้อมเสียบ
– ธปท. จับตาค่าเงินบาทใกล้ชิดตั้งแต่ต้นปีอ่อนค่า 5.7% ผู้ว่าฯวิทัยแจงดอกเบี้ยต่ำ 1% ช่วยประคองเศรษฐกิจฟื้น เผยดอกเบี้ยไทยเท่ากับ “ญี่ปุ่น” ต่ำสุดอันดับ 2 ของโลก สวนทางดอกเบี้ยโลก ดร.อมรเทพ ชี้บาทอ่อนค่า ข่าวดี “ส่งออก-ท่องเที่ยว” “ดร.สันติธาร” ชี้หมดยุค “เงินง่าย-เงินถูก” ของโลก
– “คลัง” ส่งสัญญาณเศรษฐกิจไทยสั้น-กลาง-ยาวแข็งแกร่ง! สะท้อนกนง.อัพเป้า GDP 2.3% ไม่หวั่นภาษี 301 สหรัฐปรับเป็น 12.5% แย้มมีมาตรการพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ชี้จุดแข็งประเทศเป็นฐานผลิต HDD เบอร์ 2 ของโลก พ่วงแชมป์ส่งออกมันสำปะหลัง อันดับ 1 หนุนหุ้นอิเล็กฯ-เกษตรรับอานิสงส์
– สภาส่อเดือด! ฝ่ายค้านลับมีดรอชำแหละงบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท “ปชน.” จัดทัพ 30 ขุนพล ล็อกเป้าประเด็นร้อน “TH-AI Passport” กระทรวงดีอี รวมถึง “สถ.” กรมฉาวโกงสอบ ขรก. รัฐบาลเร่งแก้ กม.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คุมเข้มเอกชนจบวลี “ค่าโง่” ชงสภา ก.ย.นี้
หุ้นเด่นวันนี้
– WHAUP (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 7.55 บาท กำลังรองรับ Data Center ไทยมีโอกาสเพิ่มจาก 600MW ในปี 68 สู่ 5GW ภายในปี 73 จากการลงทุนของผู้เล่น Hyperscale และ โครงการที่ได้รับ BOI คาดนิคม WHA รองรับ Data Center ราว 38% ของประเทศช่วยหนุนยอดขายน้ำอุตสาหกรรมและสร้าง upside เพิ่มจาก Direct PPA ในอนาคต ปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาวจากความต้องการใช้น้ำแข็งแกร่ง คาดกำไรโตเฉลี่ย 15% ในช่วงปี 69-74 และยังมีศักยภาพรองรับการเติบโตได้อีกมากโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมาก
– INSET (พาย) ราคาเป้าหมาย 4.52 บาท Valuation ไม่แพง ซื้อขายที่ 15x PR’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 26.2x (2) คาด EPS ปี 69 ขยายตัวแข็งแกร่ง +448% YoY จากงานก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ในไทยเริ่มเข้าสู่ Supercycle
– CPALL ((คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 65.50 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 9,118 ลบ.(+20%YoY, +26%QoQ) ภาพรวมการดำเนินงานหลักบวกดี YoY จาก SSSG 7-11 +1.9%YoY/ Makro +0.6%YoY/ Lotus flat YoY ขณะที่ QoQ ฟื้นจากฐานต่ำในไตรมาส 4/68 ที่ฝั่ง Makro+Lotus กดดันจาก “คนละครึ่งพลัส” และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ส่วนไตรมาส 2/69 เบื้องต้นคาด QoQ อ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ภาพ YoY จะยังเป็นบวกได้ต่อแม้มีปัจจัยกดดันจากค่าครองชีพสูงขึ้นแต่ยังพอชดเชยได้ด้วย 1.ยอดขายเครื่องดื่มตามสภาพอากาศร้อน 2.ประเภทของสินค้า 7-11 ยังเป็นที่นิยม และ 3.Fx Loss ในไตรมาส 2/68 ที่ -237 ลบ.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 69)





