อังกฤษเตือนภัย AI ร้ายแรงเท่านิวเคลียร์ จี้ทั่วโลกเร่งควบคุมก่อนสายเกินแก้

อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษเตือนว่า ประชาคมโลกต้องเร่งพัฒนามาตรการควบคุมโดยด่วนเพื่อจำกัดขอบเขตภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)

คูเปอร์กล่าวว่า AI อาจกลายเป็น “ความท้าทายด้านความมั่นคงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษหน้า” พร้อมเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกันเพื่อขจัดความเสี่ยงเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป

ทั้งนี้ คูเปอร์ได้เปรียบเทียบความพยายามในการควบคุม AI กับความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่น

คูเปอร์ระบุในรายงานที่เผยแพร่โดยสถาบันคลังสมองชัทแธมเฮาส์ (Chatham House) ว่า “ในประเด็นนิวเคลียร์ ข้อตกลงระหว่างประเทศเกิดขึ้นหลังจากที่โลกได้ประจักษ์ถึงอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของเทคโนโลยีใหม่นี้ที่เมืองฮิโรชิมา และเกิดคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมันตกไปอยู่ในมือของคนผิด” และ “เราไม่สามารถนิ่งนอนใจรอให้เกิดภัยพิบัติทาง AI ที่ร้ายแรงเทียบเท่ากับเหตุการณ์ที่ฮิโรชิมา ก่อนแล้วจึงค่อยลงมือปฏิบัติได้”

รายงานล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เตือนถึง “ผลลัพธ์ที่อาจนำไปสู่หายนะ” จากการนำ AI ไปใช้เอื้อต่อการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยรายงานระบุว่า การพัฒนาของเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าความสามารถของรัฐบาลต่าง ๆ ในการปรับตัวเพื่อรับมือ

คูเปอร์กล่าวว่า อังกฤษมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการเป็นผู้นำการเจรจาเกี่ยวกับกฎระเบียบควบคุม AI หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยความปลอดภัยของ AI (AI Safety Summit) ครั้งแรกของโลกในปี 2566 โดยการประชุมดังกล่าวได้รวบรวมผู้นำระดับโลกและผู้บริหารระดับสูงในแวดวงเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงอีลอน มัสก์ ไว้ด้วย

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต