
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยอมรับว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ถือว่ายังมีความผันผวน เนื่องจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ล่าสุดเริ่มกลับมาสู้รบกับอีกครั้ง จนส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
จากสถานการณ์ดังกล่าว ถือเป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากประเทศไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในปริมาณมาก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันมีความผันผวน ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยตามไปด้วย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ผันผวน ได้สะท้อนมายังอัตราเงินเฟ้อของไทยที่ปรับตัวเป็นบวกและเพิ่มสูงขึ้นจากในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค.69 ที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับติดลบ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนให้ปรับตัวสูงขึ้นตาม และกลายเป็นปัญหาปากท้องในที่สุด ดังนั้นจึงเป็นประเด็นสำคัญและเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องแก้จุดอ่อนนี้ของไทย ในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ
“ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงไปก่อนหน้านี้ อาจจะมาจากปัจจัยชั่วคราว แต่สิ่งสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ คือการเร่งแก้จุดอ่อนจากการเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลกจำนวนมาก เพราะเราผลิตเองไม่ได้ เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนสำคัญเพราะไม่ว่าน้ำมันจะขึ้นหรือลง เศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบเสมอ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุ
สำหรับแนวทางสำคัญในการลดพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า หากเป็นในมิติของไฟฟ้า ก็จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทนให้มากขึ้น ส่วนในมิติของยานยนต์ ก็ต้องหันมาใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น เช่น การใช้ไบโอดีเซล
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





