
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของประชากรเกือบ 80 ล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็มีสัญญาณน้อยมากที่บ่งชี้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวได้นำไปสู่การปรับลดการจ้างงานขนานใหญ่
รายงานของ ILO ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันพุธ (8 ก.ค.) ระบุว่า แรงงานเกือบ 80 ล้านคน หรือคิดเป็น 22.9% ของการจ้างงานทั้งหมดในกลุ่มประเทศอาเซียน อยู่ในกลุ่มอาชีพที่ AI สามารถทำงานแทนที่ได้โดยอัตโนมัติ หรือช่วยสนับสนุนการทำงานบางส่วนได้ โดยในจำนวนนี้ มีแรงงานประมาณ 11.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 3.3% ของการจ้างงานทั้งหมด จัดอยู่ในกลุ่มอาชีพที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก AI ในระดับสูงสุด ขณะที่การจ้างงานอีกประมาณ 67% กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอาชีพที่ยังไม่พบว่าได้รับผลกระทบจาก AI
การจ้างงานในกลุ่มอาชีพที่มีโอกาสถูก AI เข้ามาทำงานแทนโดยอัตโนมัติหรือช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุดนั้น ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งรวมถึงช่วงหลังจากที่ปัญญาประดิษฐ์รู้สร้าง หรือ Generative AI ได้ถือกำเนิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักด้านการจ้างงานในวงกว้าง ขณะเดียวกัน รายงานของ ILO แสดงให้เห็นว่า กลุ่มอาชีพที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก AI สูงสุด ได้แก่ นักวิเคราะห์ทางการเงิน นักพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย และนายหน้าทางการเงิน
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีสัดส่วนแรงงานในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI สูงที่สุด โดยคิดเป็น 42.2% ของการจ้างงานทั้งหมด ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย แต่ในขณะเดียวกัน สิงคโปร์ก็รั้งอันดับสูงสุดในด้านความพร้อมรับมือกับ AI โดยได้แรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย ตลอดจนการเป็นแหล่งรวมบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูง และแนวทางการดำเนินงานที่สอดประสานกันทั่วทั้งภาครัฐ
ILO ระบุในรายงานว่า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า กลุ่มอาชีพที่ Generative AI อาจเข้ามาปรับเปลี่ยนหน้าที่งานและกระบวนการทำงานมากขึ้นนั้น เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในตลาดแรงงาน พร้อมชี้ว่าแม้ Generative AI จะสามารถเพิ่มผลิตภาพสำหรับงานแต่ละชิ้นได้ แต่ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สามารถวัดค่าได้ในแง่ของผลิตภาพและการจ้างงานโดยรวม
ผลการศึกษาดังกล่าวสวนทางกับกระแสการปรับลดพนักงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ประกาศโดยบริษัทบางแห่ง เช่น ช้อปปี้ (Shopee) ในเครือบริษัท ซี จำกัด (Sea Ltd.) และเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) โดยผลการศึกษาของ ILO พบว่า แม้บริษัทบางแห่งกำลังปรับลดบทบาทหน้าที่หรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานในขณะที่นำ AI มาใช้ แต่การจ้างงานในกลุ่มอาชีพที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก AI สูงสุดนั้น ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ILO ได้เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เสริมสร้างการกำกับดูแล AI ให้แข็งแกร่ง และบูรณาการนโยบายด้าน AI ให้ดียิ่งขึ้นผ่านแนวทางที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยมองว่าความพยายามดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้แรงงานและภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





