พนักงาน Meta ฟ้องศาลแฉบริษัทใช้ AI คัดคนออก มุ่งเป้าเลย์ออฟกลุ่มคนพิการ-คนป่วย

พนักงานเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) จำนวน 26 คน ร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางเมืองโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 ก.ค.) โดยกล่าวหาว่ายักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้ใช้ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คัดเลือกพนักงานเพื่อเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม โดยจงใจพุ่งเป้าไปที่คนพิการหรือผู้ที่ลาป่วย

คำฟ้องระบุว่า เมตาใช้เกณฑ์วัดผลอย่างคะแนนประสิทธิภาพการทำงานและปริมาณการใช้งานโทเคนของระบบ AI เพื่อปรับลดพนักงานหลายพันตำแหน่งเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเกณฑ์เหล่านี้ทำให้พนักงานที่ต้องหยุดงานเพราะเจ็บป่วยหรือต้องดูแลครอบครัวต้องเสียเปรียบ

กลุ่มผู้ฟ้องร้องได้รับแจ้งเมื่อเดือนพ.ค. ว่า ตำแหน่งงานจะถูกเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. นี้ จึงได้ยื่นขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับการเลิกจ้างไว้ก่อน ระหว่างยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการส่วนตัว โดยระบุว่าแม้ข้อตกลงการทำงานของเมตาจะกำหนดให้ระงับข้อพิพาทผ่านอนุญาโตตุลาการเป็นรายบุคคล แต่ก็ไม่ได้ห้ามการขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาล

อย่างไรก็ตาม โฆษกเมตาชี้แจงเมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริง พร้อมย้ำว่า “คนเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการบริหารพนักงานและโครงสร้างองค์กร ไม่ใช่ AI”

อนึ่ง คดีนี้ถือเป็นคดีแรกในสหรัฐฯ ที่ยื่นฟ้องบริษัทไอทียักษ์ใหญ่เรื่องการนำ AI มาใช้เลิกจ้างพนักงาน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมตาเลิกจ้างพนักงานทั่วโลกไปแล้วราว 10% หรือเกือบ 8,000 คนเมื่อเดือนพ.ค. และมีแผนจะลดคนเพิ่มอีกปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เปิดเผยในภายหลังว่า เขาคาดว่าจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานทั้งบริษัทเพิ่มอีกในปีนี้

พนักงานทั้ง 26 คนซึ่งฟ้องร้องโดยไม่เปิดเผยชื่อกล่าวหาเมตาว่า ละเมิดกฎหมายของรัฐและรัฐบาลกลางที่ห้ามเลือกปฏิบัติหรือตอบโต้พนักงานพิการ พนักงานที่ลาป่วย หรือพนักงานตั้งครรภ์ ทั้งยังระบุว่า เมตาไม่ได้ทดสอบระบบ AI เพื่อตรวจหาอคติ ซึ่งขัดต่อกฎหมายใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนียและนครนิวยอร์ก

คำฟ้องระบุรายละเอียดว่า เมตาใช้ระบบ AI ภายในองค์กรหลายระบบประเมินและจัดอันดับพนักงานในรายชื่อผู้ที่จะถูกเลิกจ้าง โดยมีทั้งระบบ “Metamate” ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว, ระบบ “สมองที่สอง” (second brain) ที่ได้รับการฝึกฝนโดยพนักงานเพื่อติดตามประวัติการสื่อสารและเอกสารต่าง ๆ และระบบประเมินคะแนนการทำงานที่คอยสแกนการกดแป้นพิมพ์ เนื้อหาบนหน้าจอ อีเมล และประวัติการใช้อินเทอร์เน็ตของพนักงาน

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช