ABC, NBC, CNN เมินถ่ายทอดสดแถลงการณ์ความมั่นคงเลือกตั้งของทรัมป์ในช่องทางหลัก เจ้าตัวขู่เพิกถอนใบอนุญาต

สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ 2 ใน 3 แห่งของสหรัฐฯ และสถานีข่าว CNN ไม่ได้ถ่ายทอดสดแถลงการณ์ช่วงไพรม์ไทม์เมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านทางช่องทางหลักของสถานี ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลที่ได้สร้างแรงกดดันต่อสื่ออเมริกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แถลงการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำไปที่ประเด็นความมั่นคงปลอดภัยของการเลือกตั้ง ก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมนัดสำคัญที่จะเปิดฉากขึ้นในอีก 4 เดือนข้างหน้า

ในระหว่างการแถลง ปธน.ทรัมป์ระบุว่า สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถ่ายทอดสดแถลงการณ์ของเขานั้นมีส่วนร่วมใน “แผนสมคบคิด” และควรถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ มีสิทธิเสรีภาพอย่างกว้างขวางตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 (First Amendment) ในการตัดสินใจเลือกนำเสนอสิ่งที่ต้องการจะออกอากาศ อย่างไรก็ตาม ตามธรรมเนียมที่ผ่านมาในอดีต สถานีโทรทัศน์มักจะถ่ายทอดแถลงการณ์ในลักษณะนี้เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการให้ข้อมูลที่มีความสำคัญต่อสาธารณะ

เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โฆษกของ ABC News เปิดเผยว่าทางสถานีจะแพร่ภาพสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง ABC News Live และวิทยุ ABC News Radio แทนช่องทางโทรทัศน์ปกติ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ด้าน NBC News วางแผนที่จะแพร่ภาพคำแถลงของปธน.ทรัมป์ผ่านทางบริการสตรีมมิงฟรี NBC News NOW แต่จะไม่นำมาออกอากาศทางช่องหลักของสถานี

ขณะที่ CNN ระบุในแถลงการณ์ว่าจะติดตามแถลงการณ์ดังกล่าวเพื่อนำมารายงานข่าว โดยจะเปิดให้ชมสัญญาณสดผ่านทางเว็บไซต์และ CNN All Access ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิงแบบสมัครสมาชิกเท่านั้น

ทั้งนี้ ช่องสตรีมมิงของ ABC และ NBC โดยทั่วไปแล้วมีสัดส่วนผู้รับชมเพียงเศษเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับจำนวนผู้รับชมที่สัญญาณโทรทัศน์แบบดั้งเดิมเข้าถึงได้ ส่วนเครือข่ายดิจิทัลของ CNN นั้นเป็นบริการแบบที่ต้องชำระค่าสมาชิกและมีฐานผู้ชมขนาดเล็กกว่าช่องเคเบิลปกติของสถานี

ในการแถลงครั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้เปิดเผยข้อมูลข่าวกรองซึ่งพ้นจากชั้นความลับแล้ว โดยกล่าวอ้างว่าข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ โดยจีน ซึ่งเป็นการหยิบยกข้อโจมตีเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของการเลือกตั้งที่เขาพูดถึงมาอย่างยาวนานกลับมาอีกครั้ง แม้ว่ารายงานการประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ จะระบุว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลปักกิ่งได้บิดเบือนผลการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งปี 2563 ที่เขาพ่ายแพ้ก็ตาม

ปธน.ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงสงครามของฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลกับฝ่ายอิหร่านเพียงสั้น ๆ โดยระบุว่า สหรัฐฯ กำลังได้รับชัยชนะ พร้อมทั้งกล่าวว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเน้นย้ำไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของการเลือกตั้งของเขาเป็นหลัก

หลายปีที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์พยายามสร้างความเคลือบแคลงสงสัยต่อผลการเลือกตั้งมาโดยตลอด โดยกล่าวอ้างอย่างเป็นเท็จว่า ที่ตนพ่ายแพ้ต่อโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปี 2563 นั้นเป็นเพราะถูกโกง นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า การลงคะแนนทางไปรษณีย์เต็มไปด้วยการทุจริต เครื่องลงคะแนนเสียงเสี่ยงต่อการถูกบิดเบือนผลคะแนน และมีการลงคะแนนจากผู้ที่ไม่มีสัญชาติอเมริกันอย่างแพร่หลาย

ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครตบางราย รวมถึงอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ (AOC) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐนิวยอร์ก ได้เรียกร้องให้สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ งดถ่ายทอดสดแถลงการณ์ครั้งนี้ โดยแย้งว่าทรัมป์มีแนวโน้มที่จะกล่าวอ้างข้อมูลเท็จที่เคยถูกหักล้างไปแล้วซ้ำอีก

สำหรับสถานีข่าวเคเบิลที่มีแนวคิดโน้มเอียงไปทางอนุรักษนิยมอย่าง Fox News ซึ่งมีรูเพิร์ต เมอร์ด็อก เป็นเจ้าของ โดยทั่วไปแล้วจะถ่ายทอดสุนทรพจน์ทั้งหมดของปธน.ทรัมป์ แต่อาจมีความระมัดระวังกับสุนทรพจน์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ (15 ก.ค.) เบรนแดน คาร์ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) ได้ให้สัมภาษณ์กับ NewsNation โดยแสดงความเห็นว่า สถานีโทรทัศน์เครือข่ายหลักต่าง ๆ ควรจะถ่ายทอดคำแถลงของทรัมป์

“นี่คือสิ่งที่ประชาชนชาวอเมริกันมีสิทธิ์ทุกประการที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ผ่านคลื่นความถี่” คาร์กล่าว

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด