
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่เกิดความกังวลเกี่ยวกับการประมวลผลการคัดกรองผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยยอมรับว่ามีชุดข้อมูลที่ถูกใส่เข้าในในระบบมากถึง 9 ล้านกว่าชุดข้อมูล ซึ่งบางข้อมูล อาจมีความสับสนคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้นทาง ดังนั้นขณะนี้ระบบอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดอีกครั้ง และ ณ สิ้นวันจะมีการปรับระบบให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ทำให้เกิดความสับสนตามข้อทักท้วงต่าง ๆ
เช่น กรณีเรื่อง ‘รถยนต์’ ที่ระบุในระบบการคัดกรองของโครงการฯ ซึ่งอาจมีการสื่อสารไม่ชัดเจนเพียงพอ ทำให้มีข้อทักท้วงสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิที่ระบุว่า มีเพียงรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ถูกตัดสิทธิ โดยขณะนี้ กระทรวงการคลัง กำลังเร่งประสานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อระบุรายละเอียดที่ชัดเจน และเป็นไปตามข้อกฎหมายของคำว่า ‘รถ’ ที่จะใช้คัดกรองคุณสมบัติตามโครงการ ซึ่งหมายรวมถึงรถทุกประเภท ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป
เช่นเดียวกับข้อมูลอื่น ๆ กรณีประชาชนที่สูงอายุ แต่กลับมีชื่อระบุว่าเป็นนักเรียน-นักศึกษา ก็อาจจะเป็นประเด็นการคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากต้นทาง ตั้งแต่ตอนใส่เลขประจำตัวประชาชน โดยจะมีการปรับระบบเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง และเมื่อเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์เพื่อทบทวนสิทธิ ก็จะเป็นไปตามกลไกปกติบนฐานของข้อมูลที่ถูกปรับให้ถูกต้องแล้ว
ส่วนประเด็นที่เป็นข้อกังวลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลการครอบครองที่ดินนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียด และติดตามอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 21 ก.ย.69 เพื่อให้สามารถรับสิทธิได้ทันในวันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป
“ยืนยันว่าเกณฑ์การคัดกรองที่ออกมาในครั้งนี้ ทำเพื่อการคัดกรองเพื่อหาตัวคนที่มีความลำบากที่สุด เปราะบางที่สุด รายได้น้อยที่สุดในสังคม ตามเกณฑ์ที่กำหนดว่าควรได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้นไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด โดยกระบวนการในส่วนของระบบนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงการคลัง จะรีบดำเนินการให้เร็ว และมีประสิทธิภาพที่สุด และขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เอาข้ออ้างเรื่องความผิดพลาดของข้อมูล มาทำให้คนเสียสิทธิ เพราะจะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนข้อกังวลและความห่วงใยของสังคมในวันนี้ ขอรับไปดูแล และกระบวนการจะต้องเป็นธรรมกับทุกคนที่ควรได้รับสิทธิตามสมควร” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

* ชง ครม. 21 ก.ค. ดึงกลุ่มหลุดสิทธิบัตรคนจน ไปใช้ “ไทยช่วยไทยพลัส”
นายวินิจ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า (21 ก.ค.) กระทรวงการคลัง จะเสนอให้มีการพิจารณานำรายชื่อผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ซึ่งมีการลงทะเบียนรับสิทธิ 12.7 ล้านราย จากผู้ถือบัตรเดิมทั้งสิ้น 13.18 ล้านราย ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง 5.4 ล้านราย และผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิอีกราว 4.8 แสนราย จากผู้ให้มารับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซึ่งกระทรวงการคลัง เตรียมสิทธิรองรับไว้ทั้งสิ้น 6 ล้านสิทธิ ซึ่งเชื่อว่าจะเพียงพอรองรับทั้งหมด โดยหาก ครม. เห็นชอบคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ 60/40 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป
ส่วนกลุ่มที่อยู่ในรายชื่อของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง รวมถึงกลุ่มที่กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เก็บตกนั้น ได้มอบหมายให้ทั้ง 2 หน่วยงานเข้าไปเร่งดูแลแล้วว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ หากมีความผิดพลาด ทีมจากกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของการอุทธรณ์
“หากสุดท้าย ผลการอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้ว พบว่ามีผู้ที่ควรเข้ารับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีก รัฐบาลก็พร้อมดึงเข้ามารับสิทธิทันที ยืนยันว่าไม่มีธง หรือใช้งบประมาณมาเป็นตัวตั้งในการจำกัดสิทธิ หากสุดท้าย งบประมาณมีไม่เพียงพอ ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการไปจัดหามารองรับ” โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าว
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





