นางสาวชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ปรับตัวขึ้นได้ต่อ แม้มี Sentiment ลบในต่างประเทศ จากแรงขายกลุ่ม Semiconductor กดดันราคาหุ้นพักตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม SET50 ได้แรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ นำโดยกลุ่มโรงไฟฟ้าและสื่อสาร จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่อาจเพิ่มขึ้น รวมทั้งโอกาสการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของแผน PDP2569 และกระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง
อีกทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งคาดว่าจะมีการเจรจาดึงดูด FDI เข้ามาลงทุนในประเทศ เป็นปัจจัยบวก ขณะที่กลุ่มธนาคารอยู่ในช่วงการเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 2/69 โดยก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเก็งกำไรไปแล้ว ปัจจุบันจึงทรงตัวเพื่อรองบออกในช่วงสัปดาห์หน้า และเริ่มเห็นการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาด้วย อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว รับมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว “ไทยเที่ยวไทย พลัส”
แนวโน้มสัปดาห์หน้า มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ แต่อาจมีจังหวะย่อลงมาบ้าง สัปดาห์หน้าติดตามการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ซึ่งคาดการณ์การเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งหากออกมาตามคาด คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาอีกครั้ง ขณะที่ช่วงปลายสัปดาห์อาจมีความผันผวนจากการเปิดเผยงบหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมทั้งติดตามการประชุม Politburo ของจีนในวันศุกร์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนหุ้นฝั่งเอเชียได้
กลยุทธ์แนะหาจังหวะย่อซื้อ โดยให้แนวรับ 1,080, 1,075 จุด และแนวต้าน 1,090 – 1,095 จุด
ด้านราคาทองคำ ระหว่างวันทรงตัว หลังหลุด 4,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยยังมีแรงกดดันทั้งจากความเห็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่หนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ย แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) จะชะลอตัว แต่ตลาดยังกังวลแนวโน้ม Hawkish ประกอบกับความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีข่าวโจมตี ส่งผลให้น้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ความกังวลเงินเฟ้อกลับมาเป็นปัจจัยกดดันทองคำ
โดยมองว่าทองคำอาจมีจังหวะรีบาวด์ทางเทคนิค แต่การรีบาวด์ยังจำกัด โดยหากราคาปรับขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน เป็นจังหวะ Short โดยใช้แนวต้าน 4,020, 4,045 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และแนวรับ 3,980, 3,960 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์


โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





