ราคาน้ำมันโลกพุ่ง หลังอิหร่านถล่มโรงไฟฟ้า,โรงงานผลิตน้ำจืดคูเวต

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ หลังจากคูเวตเปิดเผยว่า อิหร่านได้โจมตีโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดของประเทศ ท่ามกลางการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ณ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. บวก 2.50 ดอลลาร์ หรือ 3.17% สู่ระดับ 81.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. บวก 2.39 ดอลลาร์ หรือ 2.84% สู่ระดับ 86.62 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ กระทรวงไฟฟ้า น้ำ และพลังงานหมุนเวียนของคูเวต เปิดเผยว่า การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และกระทบต่อส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงงาน

คูเวตพึ่งพาโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลเป็นอย่างมากในการผลิตน้ำดื่ม ขณะที่นักวิเคราะห์มีความวิตกก่อนหน้านี้ว่า อิหร่านอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำนักข่าว PressTV ของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐในบาห์เรน จอร์แดน คูเวต โอมาน กาตาร์ และซีเรีย เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐ

ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งนอกชายฝั่งโอมานถูกโจมตี ส่งผลให้ได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้ง เพื่อพยายามบังคับให้เรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องเดินเรือผ่านน่านน้ำของอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายสิบแห่ง รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ

CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีกำลังพลของสหรัฐมากกว่า 50,000 นายอยู่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่ากองกำลังเหล่านี้ยังคงเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ โดยมีขีดความสามารถในการรบ และพร้อมปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา

การสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้ล่มสลายลง ส่งผลให้การลำเลียงพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญและรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก กลับมาหยุดชะงักอีกครั้ง

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ