นายกฯ ประณามเหตุโจมตีทหารพราน กำชับหน่วยงานมั่นคงเพิ่มดีกรีเข้ม ฟื้นเชื่อมั่น จ.ชายแดนใต้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ลอบยิงทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 ราย และเด็กอายุ 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ ว่า เรื่องนี้ถือว่าแย่มาก ตนได้กำชับ หน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ว่าจะต้องทำให้พี่น้องประชาชนเห็นถึงความมีประสิทธิภาพในทุกด้านมากกว่านี้ ทั้งเรื่องของการป้องกัน การปราบปราม และการข่าว ตนจึงได้หารือกับผู้ที่รับผิดชอบตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งทุกท่านก็ได้รับไปดำเนินการแล้ว

“สิ่งที่ต้องทำ คือ ไม่ยอมให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น จึงได้ให้นโยบายแก่ผู้ที่รับผิดชอบ และหน่วยงานความมั่นคงไปชัดเจนแล้ว ว่า หากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ พี่น้องประชาชนจะมีความวิตกกังวล ดังนั้นต้องดำเนินการในทุก ๆ ด้าน ซึ่งต้องมีการเสริมเจ้าหน้าที่ เสริมกำลังเข้าไป ให้มีความพร้อมมากกว่านี้ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวถือ เป็นเรื่องอุกอาจมาก เราจึงต้องดำเนินการด้วยความเฉียบขาด รวมถึงการเดินหน้าเจรจาก็จะต้องมีความคืบหน้าโดยเร็ว และมีความชัดเจนมากกว่านี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับให้เฝ้าระวังในทุกจุด เพราะตามข้อสั่งการที่ให้ไปคือ ต้องไปดำเนินการให้เข้มงวด เพราะเกิดเหตุบ่อยมาก ทั้งนี้ รมว.กลาโหม จะเดินทางลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อไปติดตามสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งเรื่องการข่าวด้วย

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ได้สั่งการไปถึงผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ให้ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะเรียกคืนความมั่นใจของพี่น้องประชาชนและสร้างความสงบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก และให้ทำทุกกระบวนการให้บรรลุทุกเป้าหมาย ซึ่งตนในฐานะนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก และปลัดกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาจะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องจากการปฏิบัติการของขบวนการก่อการร้ายที่มีเป้าหมายสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน และมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมและภัยต่อความมั่นคงของชาติที่ไม่อาจเจรจาต่อรองได้

ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการจัดการด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ก่อเหตุ เพราะถือเป็นการกระทำอุกอาจ และสั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ได้ประณามขบวนการก่อการร้าย เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเจรจา การพูดคุยสันติภาพ รัฐต้องหาแนวทางปรับปรุงการทำงาน ให้มีการข่าวที่รวดเร็ว และมีมาตรการป้องกันเหตุ ป้องกันตัวเองของเจ้าหน้าที่ที่ดีกว่านี้

พร้อมย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการก่อเหตุอุกอาจ มีลักษณะเป็นการก่อการร้ายที่มุ่งสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งรัฐบาลจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด และไม่ยอมให้ผู้ก่อเหตุลอยนวล

“นายกรัฐมนตรี ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวทหารกล้าที่เสียสละ และประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ มอบหมายให้ต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือและดูแลทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้เยียวยาสูงสุดตามระเบียบกำหนดไว้” โฆษกรัฐบาล กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์