
นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้พักฐานตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่กลับมากังวลสงครามตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นดันราคาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ/บาร์เรล กดดันเงินเฟ้อ-นโยบายการเงินธนาคารกลางเข้มงวดขึ้น แต่ตลาดบ้านเรามีน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมีสูงช่วยประคองตลาดไม่ให้ลงแรง เกาะติดตัวเลขส่งออกไทย และงบ DELTA ให้แนวรับ 1,630 จุด แนวต้าน 1,650 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) คาดว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้พักฐานตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีความตึงเครียดมากขึ้น กดดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ100 เหรียญ/บาร์เรล ทำให้ตลาดกลับมากังวลอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง
ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดน่าจะปรับตัวลงมา แต่คาดว่าจะไม่ปรับลงแรง เพราะโครงสร้างตลาดหุ้นไทยมีกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับขึ้นช่วยประคองตลาด
ประเด็นที่ต้องติดตาม วันนี้มีการเปิดเผยตัวเลขส่งออกไทยในเดือนมิ.ย. ซึ่งตลาดคาดขยายตัว 15.2%YoY และนำเข้าโต 35.8%YoY ทำให้ไทยยังขาดดุล 4 หมื่นล้านเหรียญฯ และจับตางบไตรมาส 2/69 ของ DELTA หากออกมาดีก็อาจหนุน Sentiment ตลาดได้ แต่หากออกมาแย่กว่าคาดก็กดดันตลาดด้วย
พร้อมให้แนวรับ 1,630 จุด แนวต้าน 1,650 จุด
*ประะเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (23 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,711.65 จุด ลดลง 506.93 จุด หรือ -0.97% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,408.30 จุด ลดลง 90.66 จุด หรือ -1.21% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,137.69 จุด ลดลง 553.21 จุด หรือ -2.15%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 65,584.25 จุด ลดลง 838.35 จุด หรือ -1.26% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,932.50 จุด ลดลง 278.31 จุด หรือ -1.10% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,853.63 จุด ลดลง 23.15 จุด หรือ -0.60% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.58%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (23 ก.ค. ) 1,641.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.69 จุด (+0.10%) มูลค่าซื้อขาย 86,809.37 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (23 ก.ค.) 1,884.18 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (23 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 5.36 ดอลลาร์ หรือ 6.17% ปิดที่ 92.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (23 ก.ค.) อยู่ที่ 24.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.83 อ่อนค่าต่อเนื่อง ลุ้นแตะ 34 จากกังวลสงครามยืดเยื้อ-เฟดขึ้นดอกเบี้ย
– ตะวันออกกลางระอุ กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ ในทะเลแดง “พรายพล” ชี้เสี่ยงราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบซ้ำรอยแสนล้านบาท “กระทรวงพลังงาน” เผยชดเชยวันละ 650 ล้านบาท ติดลบ 6.1 หมื่นล้าน สรท.คาดต้นทุนขนส่งและ ประกันภัยเรือเพิ่ม 3-10% ผู้ส่งออกหันใช้สายเดินเรือจีน มีสัมพันธ์ดีกับอิหร่าน มั่นใจความปลอดภัย
– กบง. เห็นชอบนำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น ลดราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันดีเซล 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-15 ส.ค.2569 เพื่อบรรเทาภาระประชาชน ขณะที่ กกพ. เคาะ Ft งวด ก.ย.ธ.ค. ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย ดัน ปชช.จ่ายค่าไฟ 3.95 บาท/หน่วย
– รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่กับสินค้าที่นำเข้าจาก 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในอัตราระหว่าง 10-12.5% ซึ่งประเทศไทยถูกเรียกเก็บในอัตราสูงสุดที่ 12.5% โดยรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่ามาตรการเหล่านี้เป็นการลงโทษประเทศต่าง ๆ ที่ปล่อยให้มีการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
– “หัวเว่ย” ประกาศยุทธศาสตร์สนับสนุนพัฒนา AI ของไทย ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศ AI การพัฒนาโซลูชันที่น่าเชื่อถือ และพัฒนาบุคลากร ขณะที่ “ดีอี” ชู 3 เสาหลัก “โครงสร้างพื้นฐาน-ความเชื่อมั่น-ทรัพยากรบุคคล” วางรากฐานการพัฒนา AI ของประเทศ พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของอาเซียน
– บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ช่วยสร้างงาน 82,000 ตำแหน่ง ซื้อวัตถุดิบในประเทศ 3.8 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี
– “เจ.พี.มอร์แกน” ประกาศเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย ขานรับต่างชาติซื้อสะสมกว่า 72,000 ล้านบาท ประเมินเป้าดัชนี SET 1,800 จุด ลุ้น Bull Case ทะลุ 2,000 จุด มองเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ทั่วโลก แนะ 7 หุ้นเด่น TRUE-BH-DELTA-HANA-BBL-CPALL-MRDIYT ขณะที่ยอดส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรกทะลัก 1.47 ล้านล้านบาท
– กกพ. เคาะค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 69 ตรึงไว้อัตราเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย งัดเงิน Claw back กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท รักษาค่าไฟ ขณะที่ กฟผ.ยังคงรับภาระต้นทุนคงค้าง สะสมกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท ไว้แทนประชาชน พร้อมจับตามีราคา LNG ตลาดโลกผันผวน
*หุ้นเด่นวันนี้
– PTTEP (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 157.71 บาท ระยะสั้นคาดราคาหุ้นขึ้นแรงกว่าตลาดหลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 100 เหรียญจากตะวันออกกลางตึงเครียดทั้งสหรัฐ-อิหร่าน และฮูตี-ซาอุฯ และยังไม่มีแนวโน้มผ่อนคลาย คาดกำไรไตรมาส 2/69 โตแรงราว 100% ทั้ง q-q และ y-y ที่ 2.7 หมื่นลบ.คาดมี Hedging Gain เข้้ามาหนุนและพลิกจากไตรมาส 1/69 ที่เป็น Hedging Loss ส่วนกำไรปกติคาด 2.4 หมื่นลบ.ยังโตดีหนุนทั้งจากปริมาณ-ราคาขาย
-WHAUP (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 8.75 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 385 ลบ.(+65% YoY, +82% QoQ) ส่วนแบ่งกำไรฟื้น ยอดขายน้ำแกร่ง และกำลังผลิตโซลาร์เพิ่ม ส่วนแบ่งกำไรกลับสู่ระดับปกติคาดที่ 325 ลบ. จากการกลับมาเดินเครื่อง GHECO-One ขณะที่รายได้โต YoY จากธุรกิจน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นหลังรวม Upside จากโครงการ Direct PPA 200MW คาดเพิ่มกำไรราว 270 ลบ./ปี
-SPRC (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 11.5 บาท ปรับเพิ่มกำไร 69-70 ขึ้น 303% และ 104% ตามลำดับ คาดกำไร H2/69 คาดฟื้้น y-y จาก Supply ตึงตัวจากการปิดฮอร์มุซหนุนต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบเร่งขึ้นเหนือ 100 เหรียญ จิตวิทยาบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน





