นักวิเคราะห์ฯ เผยแนวโน้มหุ้นไทยเช้านี้มีลุ้นฟื้นตัว หลังตัวเลข ISM สหรัฐ ดีกว่าคาดแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 4 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรง เนื่องจากสงครามตะวันออกกลางมีท่าทีผ่อนคลายหลังมีการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน แนะติดตามความคืบหน้าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้แนวรับที่ 1,615 จุด และแนวต้านที่ 1,640 จุด
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้มีโอกาสฟื้นตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนหลักจากปัจจัยต่างประเทศ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด โดยดัชนีภาคการผลิต (ISM) เดือนก.ค. ดีกว่าคาดขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบประมาณ 4 ปี
นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯ และอิหร่านพยายามเปิดการเจรจา โดยต้องติดตามความคืบหน้าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยตลาดผ่อนคลายต่อประเด็นดังกล่าวมากขึ้น สะท้อนจากการย่อตัวของราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับตัวลดลง 7% ปิดต่ำกว่าระดับ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ทั้งรุ่นอายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับตัวลงเช่นเดียวกัน
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดให้ความสำคัญกับการรายงานผลประกอบการและบทวิเคราะห์พรีวิวงบบริษัทจดทะเบียนเป็นหลักตลอดสัปดาห์นี้
โดยประเมินกรอบแนวรับที่ 1,615 จุด และแนวต้านที่ 1,640 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (3 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,178.41 จุด เพิ่มขึ้น 693.38 จุด หรือ +1.32% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,600.50 จุด เพิ่มขึ้น 110.78 จุด หรือ +1.48% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,913.90 จุด เพิ่มขึ้น 540.04 จุด หรือ +2.13%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 63,995.28 จุด เพิ่มขึ้น 240.38 จุด หรือ +0.38% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,090.98 จุด เพิ่มขึ้น 81.58 จุด หรือ +0.31% , และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,816.37 จุด เพิ่มขึ้น 6.71 จุด หรือ +0.18% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 1.5%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (3 ส.ค. ) 1,621.90 จุด ลดลง 1.74 จุด (-0.11%) มูลค่าซื้อขาย 74,735.15 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (3 ส.ค.) 1,594.23 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (3 ส.ค.) ร่วงลง 4.33 ดอลลาร์ หรือ 5.11% ปิดที่ 80.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (3 ส.ค.) อยู่ที่ 31.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.41 แนวโน้มผันผวน หลังตอ.กลางยังไม่แน่นอน จับตาข้อมูลศก.สหรัฐ
-“เอกนิติ” ยันคลอดเกณฑ์ TISA เดือน ก.ย.นี้ เงื่อนไขจูงใจคนรุ่นใหม่ หวังสร้างวินัยการออม แย้มเล็งถกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวสัปดาห์หน้า “สุรศักดิ์” จ่อของบ พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ดัน 3 โครงการท่องเที่ยว เตรียมชงครม.เดือนนี้
-“สรรเพชญ” อัพเดทโครงการลงทุนแหลมฉบังเฟส 3 ล่าสุดงานก่อสร้างทางทะเล คืบหน้าเกือบ 100% แล้ว พร้อมเร่งเคลียร์ข้อพิพาทกับกลุ่ม GPC จากเหตุข้อกำหนดทางวิศวกรรม
– สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2565 จากระดับ 53.3 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0
– นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-1 ส.ค.2569 ว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมทั้งสิ้น 18,510,243 คน ลดลง 3.19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว 896,214 ล้านบาท นักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,078,486 คน มาเลเซีย 2,373,537 คน อินเดีย 1,376,433 คน รัสเซีย 1,100,847 คน และเกาหลีใต้ 679,064 คน
-ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ต่างชาติลงทุน AI-ดาต้าเซ็นเตอร์-คลาวด์เซอร์วิส เป็น “ดาบสองคม” เพราะใช้น้ำ-ไฟฟ้ามหาศาล แต่จ้างงานคนไทยและใช้สินค้าในประเทศน้อย แต่ยังเชื่อปีนี้เศรษฐกิจโตได้ 2.3% จากแรงหนุนส่งออก-การกระตุ้นภาครัฐ ส่วน “เอกนิติ” มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ 2.5%
-“บีโอไอ” จัดระเบียบลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ครั้งใหญ่ ชูยุทธศาสตร์เน้นคุณภาพเหนือปริมาณ ป้องกันวิกฤติแย่งน้ำ-แย่งไฟซ้ำรอยสิงคโปร์ งัดมาตรการเข้มข้นตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ใน 4 มิติรวด พร้อมสั่งวางเงินหลักประกัน 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ สกัดนักลงทุนจับเสือมือเปล่า
– EEC ชูธงโครงการ EECiti หลังรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ลงทุนไทย-ต่างชาติสนใจลงทุน PPP โครงสร้างพื้นฐานล้นหลาม เตรียมสร้างความเชื่อมั่น ปูทางสู่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะแห่งอนาคตของไทย
-ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ศักยภาพการเติบโตถดถอยจาก 7% เหลือเพียง 3% เตือนฟื้นตัวแบบ “K-Shape” ส่งออก-ไฮเทคโตกระจุก แต่ไม่กระจายรายได้ ขณะที่ “ภาคอีสาน” น่าห่วงสุด เผชิญวิกฤติเชิงโครงสร้าง “หนี้เสีย” พุ่ง 10% เศรษฐกิจภูมิภาคโต “ติดลบ”
-“รัฐบาล” กางยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจใหม่ ดัน GDP โตเกิน 3% “สภาพัฒน์” ชี้ต้องเร่งลงทุนเอกชนแตะ 24% ของ GDP เทียบเท่าก่อนต้มยำกุ้ง หนุนสัดส่วนรวม 30% เผยสัดส่วนการลงทุนอุตเป้าหมายอุตสาหกรรมอนาคตสูงสุด 7% ล็อกเป้า 8 อุตสาหกรรม AI ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การเงิน การแพทย์ ศูนย์กลางการเงิน ตั้งดึงเอกชนร่วมทีมลงทุนดันเศรษฐกิจ ทั้ง ปตท. เอสซีจี ไทยเบฟเวอเรจ
*หุ้นเด่นวันนี้
-STA (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 763 ลบ. (+18% q-q) และพลิกจากขาดทุนในไตรมาส 2/68 โดยมีโอกาสออกมาดีกว่าคาด หนุนจากราคายางและถุงมือยางที่ปรับขึ้น ขณะที่แนวโน้มกำไร 2H26 ยังแข็งแกร่ง และมีปัจจัยหนุนราคายางในระยะกลาง-ยาว เช่น El Niño และ EUDR
-GLOBAL (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 +84%y-y , +19%q-q ดีกว่าคาด 36% หนุนเราปรับเพิ่มกำไรปี 69-70 ขึ้น +18% และ 4% กำไรปี 2569 เติบโต 39% y-y สูงสุดในฝั่ง Home Improvement ระยะยาวมีแรงส่งกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนสินเค้าเฮ้าส์แบรนด์เฉลี่ย 1%ต่อปี และการขายในประเทศเพื่อนบ้าน
-AWC (กสิกรไทย) “ซื้อ”ราคาพื้นฐาน 3.55 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 โต YoY กำไรปกติคาด 230 ลบ. (+10.5% YoY, -70.1% QoQ) หนุนจาก RevPar ที่เพิ่มึขึ้น แม้ธุรกิจโรงแรมชะลอตัวตามฤดูกาล ธุรกิจโรงแรมและค้าปลีกยังแข็งแรง RevPar เพิ่มขึ้น YoY ทุกกลุ่ม ขณะที่รายได้ธุรกิจ้าปลีกและอาคารเชิงพาณิชย์โต 12% YoY คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.55 บาท มอง 2H69 ยังสดใส จากยอดจองโรงแรมที่เติบโต และมีโอกาสอัปไซด์ประมาณการกำไรปี 2569
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





