Saudi Aramco กำไร Q2/69 พุ่ง 33% รับราคาน้ำมันแรง หลังวิกฤตฮอร์มุซบีบอุปทานโลก

ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.252 แสนล้านริยาล (ราว 3.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.159 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผลประกอบการช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. ของซาอุดี อารัมโก สอดคล้องกับบรรดาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกรายอื่น ๆ ที่ต่างรายงานผลกำไรรายไตรมาสถล่มทลายกันถ้วนหน้า จากการที่ราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลพุ่งแรง อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งได้ยกระดับเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค

แม้สถานการณ์สู้รบจะสร้างความปั่นป่วนต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ซาอุดี อารัมโก ได้หันมาใช้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ความยาวราว 1,200 กิโลเมตร เชื่อมต่อไปยังชายฝั่งทะเลแดง เพื่อเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และรักษาระดับการส่งออกน้ำมันไว้ที่ศักยภาพการส่งออกสูงสุด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งบริษัทยืนยันว่าจะเดินหน้าใช้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกต่อไป เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของปริมาณอุปทาน

ไฮไลต์ผลประกอบการไตรมาส 2

  • กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วประจำไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 2.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Gearing Ratio) ณ สิ้นเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 6.2% เพิ่มขึ้นจาก 4.8% ณ สิ้นไตรมาส 1/2569
  • คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลพื้นฐานระหว่างกาล ประจำไตรมาส 2 จำนวน 2.19 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกำหนดจ่ายภายใน 3 เดือนข้างหน้า

บริษัทระบุว่า รายได้ไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้แรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์กลั่น และเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ถูกหักล้างบางส่วนจากปริมาณขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ลดลง

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท