
ผู้บริโภคจีนกำลังปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายในตลาดสินค้าหรู โดยหันมาใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียมมากขึ้น แทนการซื้อกระเป๋าและสินค้าแฟชั่นแบรนด์หรู ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของการใช้จ่ายมากขึ้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลประกอบการล่าสุดของบริษัทสินค้าแบรนด์หรูสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อกำลังลดการใช้จ่ายกับสินค้าลักชัวรีระดับเริ่มต้น เช่น กระเป๋าและสินค้าเครื่องหนัง และหันไปเลือกผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียมมากขึ้น แม้มีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป แต่ยังเข้าถึงได้ง่ายกว่าสินค้าแฟชั่นแบรนด์หรู
บริษัทความงามรายใหญ่ เช่น เอสเต้ ลอเดอร์ (Estee Lauder) และลอรีอัล (L’Oréal) รายงานยอดขายผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ในจีนเติบโตแข็งแกร่งในปีนี้ ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นหรู เช่น แอร์เมส (Hermès) และแอลวีเอ็มเอช (LVMH) เจ้าของแบรนด์หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ระบุว่า ความต้องการซื้อยังทรงตัว
นิโกลาส์ ฮิเอโรนีมุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ระดับพรีเมียมและเวชสำอางในจีนเติบโตราว 7% ในช่วงที่ผ่านมา โดยแบรนด์หลักอย่างลังโคม (Lancôme) และเฮเลนา รูบินสไตน์ (Helena Rubinstein) ขยายตัวอย่างโดดเด่น
ลอรีอัลระบุว่า จีนยังเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยหนุนยอดขายในภูมิภาคเอเชียเหนือ โดยกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามระดับลักชัวรี (L’Oréal Luxe) ในจีนขยายตัว 10% ในไตรมาสล่าสุด
ทั้งนี้ ตลาดสินค้าลักชัวรีของจีนเคยเติบโตอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและรายได้ประชาชน แต่เริ่มชะลอตัวอย่างชัดเจนในปี 2567 หลังวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค แม้ยอดขายจะฟื้นตัวบางส่วนในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวในปี 2569 ยังเป็นไปอย่างซบเซา
โจนาธาน หยาน หุ้นส่วนของโรแลนด์ เบอร์เกอร์ (Roland Berger) บริษัทที่ปรึกษาในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ตลาดสินค้าหรูกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต ทำให้ผู้ผลิตสินค้าหรูต้องสร้างคุณค่าที่มากกว่าโลโก้และงานฝีมือ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากโอลิเวอร์ ไวแมน (Oliver Wyman) บริษัทที่ปรึกษา และสมาคมปลอดภาษีโลก (TFWA) พบว่า ผู้บริโภคจีนที่มีกำลังซื้อสูงมีแนวโน้มเพิ่มการใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมียมมากกว่าสินค้าเครื่องหนัง โดย 37% ระบุว่าจะเพิ่มงบซื้อผลิตภัณฑ์ความงามในปีหน้า เทียบกับเพียง 4% ที่ตั้งใจเพิ่มการซื้อสินค้าเครื่องหนัง
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





