รัฐบาล ลั่น! คดีสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ถอดถอนผู้สอบ เดินหน้าสาวถึงผู้ร่วมขบวนการยกแผง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า ไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่การถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,925 รายแต่เพียงเท่านั้น

“ยืนยันว่า การดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำการ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ คืนความถูกต้อง และเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส เรื่องดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเกี่ยวข้องกับการทุจริต ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด” โฆษกรัฐบาล ระบุ

ทั้งนี้ มีการจัดการ 3 ส่วนด้วยกัน คือ

1. การถอดถอนชื่อผู้สอบที่เกี่ยวกับการทุจริต กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการถอดถอนรายชื่อ 5,295 ราย หลังพบว่ามีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างได้สรุปจบในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 ได้รายงานให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบ เพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด)

สำหรับตำแหน่งที่ว่างลงหลังการถอดถอน ทางกสถ. จะต้องหารือถึงแนวทางปฏิบัติ ทั้งการประกาศบัญชีใหม่และการเลื่อนบัญชีผู้สอบแข่งขันรายอื่นขึ้นมาทดแทน

2. การดำเนินคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหา 13 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่โดนข้อหา ได้แก่ 1) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2) เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ 3) เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ 4) ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น 5) ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และ 6) ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ ซึ่งมีอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. อยู่ในกลุ่มนี้

    ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง มี 11 ราย ที่ร่วมกระทำผิดแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกดำเนินคดีในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

    น.ส.รัชดา กล่าวว่า เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.นี้

    ในส่วนของเส้นเงินนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน และกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากอาจขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    3.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 ได้ดำเนินการสรุปผลการทุจริตการสอบท้องถิ่นแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรม

    “การดำเนินการทั้ง 3 ส่วน ไม่เพียงเอาผิดผู้ทุจริต แต่ยังเป็นการคืนความเป็นธรรมแก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อระบบการสอบเข้ารับราชการทุกระดับ ให้คนที่มีความสามารถมีโอกาสเข้ารับราชการอย่างเป็นธรรม รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต” น.ส.รัชดากล่าว

    โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์