ซาอุดีอาระเบียเร่งส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่งเมดิเตอร์เรเนียน เลี่ยงถูกโจมตีในทะเลแดง

เคปเลอร์ (Kpler) ซึ่งเป็นบริษัทติดตามการเดินเรือระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้เร่งส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นผ่านท่อส่งน้ำมันที่พาดผ่านประเทศอียิปต์ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เนื่องจากซาอุดีอาระเบียกำลังมองหาเส้นทางอื่นทดแทนทะเลแดง หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย

ข้อมูลจากเคปเลอร์ระบุว่า การส่งออกน้ำมันจากท่าเรือซิดีเคอรีร์ (Sidi Kerir) ของอียิปต์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว สู่ระดับประมาณ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. เมื่อเทียบกับราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. โดยน้ำมันที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ ท่าเรือซิดีเคอรีร์เชื่อมต่อกับท่าเรืออินซอคนา (Ain Sokhna) ในทะเลแดง ผ่านท่อส่งน้ำมันที่ชื่อว่าซูเมด (Sumed)

ด้านแมตต์ สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของเคปเลอร์กล่าวว่า การที่เรือขนาดใหญ่ซึ่งบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเต็มลำไม่สามารถแล่นผ่านคลองสุเอซได้นั้น ทำให้เรือเหล่านี้ต้องถ่ายน้ำมันดิบครึ่งหนึ่งลงสู่ท่อส่งน้ำมันที่ท่าเรืออินซอคนา จากนั้นจึงแล่นผ่านคลองสุเอซ แล้วไปสูบน้ำมันกลับเข้าเรืออีกครั้งที่ท่าเรือซิดีเคอรีร์ พร้อมกับกล่าวว่า การที่ซาอุดีอาระเบียใช้วิธีการดังกล่าวนี้ ไม่ใช่การตัดสินใจในระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงกลยุทธ์หรือพลวัต

สมิธยังกล่าวด้วยว่า การส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่จากท่าเรือซิดีเคอรีร์ถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกา และยุโรป มากกว่าเอเชีย

ซาอุดีอาระเบียเผชิญแรงกดดันอย่างหนักเนื่องจากอิหร่านและบรรดาพันธมิตรซึ่งได้บีบเส้นทางการลำเลียงน้ำมันที่สำคัญในตะวันออกกลาง ทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านท่อส่งน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกของประเทศ ไปยังท่าเรือยานบู (Yanbu) ในทะเลแดง หลังจากอิหร่านปิดกั้นการสัญจรผ่านเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มฮูตีในเยเมนได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง กำลังส่งผลกระทบต่อการส่งออกจากท่าเรือยานบูผ่านช่องแคบบับเอลมันดับเช่นกัน โดยข้อมูลจากเคปเลอร์ระบุว่า การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจากท่าเรือยานบูผ่านช่องแคบบับเอลมันดับ ร่วงลงเกือบ 90% สู่ระดับ 1.3 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 ส.ค. เมื่อเทียบกับระดับ 11 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 ส.ค.) ว่า ฮูตียังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับซาอุดีอาระเบีย แต่จะเดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์และเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้องกับซาอุดีอาระเบีย หากข้อเรียกร้องของกลุ่มไม่ได้รับการตอบสนอง

โมฮัมเหม็ด อับดุล-ซาลาม หัวหน้าคณะเจรจาและโฆษกของกลุ่มฮูตีกล่าวว่า การโจมตีเรือและกองกำลังที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในช่วงที่ผ่านมา เป็นการตอบโต้ต่อการที่ซาอุดีอาระเบียโจมตีพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี โดยเฉพาะการโจมตีสนามบินซานาเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งทำให้เครื่องบินของอิหร่านที่บรรทุกคณะผู้แทนของกลุ่มฮูตีไม่สามารถลงจอดได้

นอกจากนี้ อับดุล-ซาลามยังกล่าวหาซาอุดีอาระเบียว่าเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี จำกัดการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือโฮไดดาห์ในทะเลแดง รวมทั้งกดดันธนาคารและธุรกิจต่าง ๆ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

ข่าวล่าสุด