เร่งอพยพชาวบ้าน หลังน้ำป่าทะลักท่วม “น่าน” ถนนขาดหลายสาย เตือนเฝ้าระวังสูงสุดอีก 2 อำเภอ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือภัยจากน้ำป่าไหลหลากพื้นที่จังหวัดน่าน และการเตรียมความพร้อมบริหารสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ภาคเหนือ โดยได้หารือร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และปลัดอำเภอปัว ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ โดยกำชับเร่งเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง และบริหารการรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่โดยด่วน โดยขอให้ติดตามช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหมดที่มีประชาชนโพสต์ลงขอความช่วยเหลือ แล้วเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน

นอกจากนี้ได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วย ปภ. ภาคเหนือตอนล่าง เร่งนำเรือเจ็ตสกี เรือท้องแบนทั้งหมดไปที่จังหวัดน่านโดยเร่งด่วน พร้อมสั่งการเฮลิคอปเตอร์ KA32 ไปประจำสแตนบายช่วยเหลือพื้นที่น่าน และให้ประสานทางหลวง ตำรวจ อาสาสมัครในพื้นที่ จัดรถนำทางยานพาหนะเครื่องมืออุปกรณ์เข้าพื้นที่โดยด่วน โดยเฉพาะรถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์กำลังพล และหากจังหวัดน่านต้องการรับการสนับสนุนสิ่งใดเพิ่มเติม ขอให้รีบประสานเพื่อขนย้ายจัดส่งโดยด่วน และให้กรม ปภ. ติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง ถ้ากรณีที่ฝนยังตกต่อเนื่องคาดว่าน่าจะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดน่าน 3 อำเภอ คือ ปัว แม่จริม และสันติสุข โดยเฉพาะอำเภอปัว กระทบ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบที่ตำบลปัว ตำบลศิลาแลง ตำบลวรนคร ตำบลศิลาเพชร (บางส่วน) ตำบลแยง (บางส่วน) ตำบลอวล และตำบลสถาน รวม 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน ประชาชนประมาณ 16,000 คน ถนนขาด 5 เส้นทาง มีศูนย์อพยพเบื้องต้น 10 จุด อาทิ หอประชุมอำเภอปัว โรงเรียนชุมชนศิลาเพชร อบต.ศิลาเพชร หอประชุมเทศบาลตำบลปัว วัดป่าเหมือน ทต.ศิลาแรง โรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร 6. อบต.วรนคร โรงเรียนบ้านเสี้ยว อบต.ไชยวัฒนา ที่ว่าการ อบต.ภูคา โรงเรียนมัธยมเมืองแงง ศาลาอเนกประสงค์บ้านหัวเมือง โดยขณะนี้มีหน่วยทหาร และหน่วยปภ. กองร้อย อส.จ.น่านที่ 1 มูลนิธิสว่าง มูลนิธิเพชรเกษม กระจายกำลังไปยังพื้นที่ที่ขอรับความช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่ติดในบ้าน ตอนนี้หน่วยทหารกำลังระดมพื้นที่เข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านร้อง มีกำลังพลประมาณ 70-80 นาย คาดว่าจะอพยพประชาชนออกได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง

.”วันพรุ่งนี้ น้ำจะไหลไป อ.ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน และในวันรุ่งขึ้น (21 ส.ค. ) จะไหลไปที่ อ.เวียงสา โดยในห้วงวันพฤหัสและวันศุกร์นี้ (20-21 ส.ค.) อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา ต้องเฝ้าระวังสูงสุด โดยเทศบาลในพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชนได้ยกของขึ้นที่สูง เตรียมความพร้อมแล้ว”

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเมินสถานการณ์ หากคาดว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นในจุดไหน ต้องรีบแจ้งเตือนประชาชนแล้วเร่งอพยพจากบ้านเรือนให้เร็วที่สุด “ห้ามมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้”

ด้านสมาคมเจ็ทสกีแห่งประเทศไทยได้ส่งกำลังคนนักกีฬาเจ็ทสกี และเรือเจ็ทสกี รวม 8 ลำ เดินทางลงพื้นที่ในตอนนี้