ภาวะตลาดอนุพันธ์: ฟื้นแผ่วกว่าภูมิภาค เจอแรงขายอิเล็กทรอนิกส์-พลังงานกดดัน ดอกเบี้ยไทยตึงตัวฉุด Fund Flow

นางสาวชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, IAA, CISA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures แกว่งในกรอบตามตลาดหลัก โดยการปรับตัวขึ้นของดัชนีอ่อนแอกว่าภูมิภาค มีแรงขายสลับลงมาในหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร พลังงาน และโรงไฟฟ้า และเม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มธนาคาร โรงพยาบาล ค้าปลีก และท่องเที่ยว

โดย Sentiment บวก หนุนตลาดวันนี้มาจากการที่สหรัฐฯ ประกาศจะเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล ช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า เป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนต่อตลาดหุ้นเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรไทยมีความแตกต่างจากต่างประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางดอกเบี้ยไทยที่มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย ต่างจากต่างประเทศที่มีช่องว่างในการปรับขึ้นได้อีก ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ไทยทรงตัว และปรับตัวลงมาเล็กน้อย โดยเฉพาะพันธบัตรระยะสั้น

แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดดัชนีแกว่งในกรอบ รอปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน โดยสัปดาห์หน้าจะมีการจัดงาน Thailand Focus 2026 คาดหวังสร้างความคึกคักและดึงดูดเม็ดเงินเข้ามา รวมทั้งติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งโครงการไทยเที่ยวไทย โครงการ TISA คาดว่าจะมีรายละเอียดความชัดเจนในเดือนก.ย. ขณะเดียวกันพรุ่งนี้ติดตามการปรับพอร์ตของ FTSE ซึ่งอาจสร้างความผันผวนได้

ให้กรอบแนวรับ 1,070 / 1,065 จุด และแนวต้าน 1,080 – 1,085 จุด

ด้านราคาทองคำ วันนี้ดีดขึ้นได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ย่อลง อย่างไรก็ตามมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น โดยยังมีประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ทั้งราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้นเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ การขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ รวมทั้งสัปดาห์หน้าติดตามถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุม Jackson Hole ว่าจะส่งสัญญาณต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไร

กลยุทธ์การลงทุนเน้นเทรดดิ้ง ให้แนวต้าน 4,525 และ 4,550 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แนวรับ 4,450 และ 4,425 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

ดัชนี SET50 ปิดตลาดวันนี้ 1,075.26 จุด เพิ่มขึ้น 0.44 จุด (+0.04%)

โดย วรินทร ศิรินอก