
- ทีวีเป็นตัวเปิดกระแสให้คนรู้จักกว้างที่สุด ละครและซีรีส์ดัง ๆ เกือบทั้งหมดของ ONEE ยังต้องเริ่มฉายจากหน้าจอทีวีเป็นหลัก เพื่อดึงคนดูกลุ่มใหญ่ ก่อนจะส่งต่อไปให้คุยกันต่อบนมือถือและโซเชียลมีเดีย
- หมดยุคคนนั่งเฝ้าหน้าจอตอนสองทุ่มครึ่งแล้ว แต่ไม่ว่าพฤติกรรมคนดูจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ถ้า Story ดีจริง คนดูจะตามไปดูเองทุกจอ
- คอนเทนต์ที่ดีไม่ได้ทำให้คนแค่อยากดู แต่กระตุ้นให้อยากซื้อตามได้ด้วย เช่นซีรีส์ที่สอดแทรก Big C เข้าไปในบทละครหัวค่ำอย่างเป็นธรรมชาติ จนดันยอดขายอาหารสดพุ่งขึ้นถึง 25%
ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE ยืนยันในงานสัมมนา TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026 ว่า สื่อทีวียังคงเป็นต้นน้ำในการสร้างการรับรู้ให้คนกลุ่มใหญ่ที่สุด แม้พฤติกรรมคนดูจะกระจายไปยังหลายหน้าจอ แต่คอนเทนต์ที่แข็งแรงจะสามารถเดินทางข้ามไปได้ทุกช่องทาง ทั้งทีวี มือถือ แอปดูย้อนหลัง และโซเชียลมีเดีย เพื่อเปลี่ยนกระแสความสนใจของผู้ชมให้กลายมาเป็นความต้องการซื้อสินค้า และสร้างรายได้จริงให้กับธุรกิจ
หมดยุคคนรอดูหน้าจอทีวี ชี้โจทย์ใหม่ต้องแทรกตัวอยู่ในชีวิตคนดู
คุณถกลเกียรติระบุว่า ตลอดการทำงานกว่า 30 ปี คนทำคอนเทนต์ต้องปรับตัวตามคนดูตลอดเวลา จากอดีตยุคค่ายเอ็กแซ็กท์ (Exact) ที่มุ่งคิดเพียงทำอย่างไรให้คนเปลี่ยนช่องมาดูละครตอน 20.30 น. แต่วันนี้คนดูไม่นั่งรอหน้าจออีกต่อไป มีการดูทีวีพร้อมเล่นมือถือ ดูย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชัน เสพคลิปสั้นบน TikTok หรือเห็นฉากหนึ่งบน Facebook แล้วไปคุยกันต่อใน X
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ “ถ้า story ของเราดีพอ คนจะมาดูเรา” โดย ONEE ปรับตัวด้วยการผสานจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน ได้แก่:
- ทีวี: สร้าง Mass Awareness (การรับรู้ในวงกว้าง)
- ดิจิทัล: ช่วยให้คอนเทนต์เดินทางต่อได้
- สตรีมมิ่ง: ให้คนดูเลือกเวลาดูได้ตามสะดวก
- โซเชียลมีเดีย: เปลี่ยนคนดูให้กลายมาเป็นคนช่วยขยายเรื่องราว ทั้งการตัดคลิป ทำมีม ถกเถียง เสิร์ช แชร์
กาง 5 กรณีศึกษา: พลังทีวีจุดกระแสขับเคลื่อนสังคม สู่ยอดขายธุรกิจ
คุณถกลเกียรติได้ยกตัวอย่างความสำเร็จผ่าน 5 กรณีศึกษาของกลุ่ม ONEE เพื่อพิสูจน์ว่าทีวีคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความต้องการซื้อในมิติต่าง ๆ:
1. “สงครามสมรส” และ “ใต้หล้า” เปลี่ยนความบันเทิงสู่ Edutainment และ Social Impact
ละคร “สงครามสมรส” และ “ใต้หล้า” สร้างกระแสพูดคุยในสังคมได้อย่างกว้างขวาง จากการหยิบเรื่องใกล้ตัวอย่างปัญหาครอบครัว การหย่าร้าง การฟ้องชู้ และความอยุติธรรมมาเล่า จนมีนักกฎหมายและสื่อนำประเด็นไปอธิบายต่อ ส่งผลให้ “ใต้หล้า” ติด 1 ใน 5 คำค้นหายอดนิยมแห่งปี (Top 5 Trending Search) พร้อมดันยอดผู้ใช้งานแอป oneD สูงสุดถึง 1.4 ล้านคนต่อวัน ขณะที่ “สงครามสมรส” ช่วยดันยอดผู้ใช้งานแอป oneD เพิ่มสูงขึ้นถึง 123%
2. “แม่หยัว” และ “หงสาวดี” ปลุกประวัติศาสตร์ ต่อยอดสู่กระแสวัฒนธรรม สร้างงานให้นักแสดง
ละครย้อนยุคอย่าง “แม่หยัว” และ “หงสาวดี” ปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจประวัติศาสตร์และออกเดินทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่จริง จากการปรับวิธีเล่าเรื่องให้อารมณ์เข้าถึงคนยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ช่วงที่ฉายเรื่อง “หงสาวดี” มียอดดาวน์โหลดแอป oneD เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านครั้ง และมียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 346% อีกทั้งยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้นักแสดงหนุ่ม ตรี ภรภัทร จนนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจ ทั้งงานพรีเซนเตอร์และงานอีเวนต์ต่าง ๆ
3. ซีรีส์ BL/GL ของ GMMTV ใช้ฟรีทีวีเป็นฐานดันกระแสออนไลน์สู่คนกลุ่มใหญ่
ซีรีส์สายวายและยูริของ GMMTV ยังคงต้องใช้หน้าจอทีวีช่อง GMM25 เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายฐานผู้ชมทั่วไป แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับหนาแน่นในโลกออนไลน์อยู่แล้วก็ตาม เพื่อนำกระแสความนิยมจากศิลปินไปต่อยอดกับแบรนด์สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยละครและซีรีส์ไทยที่โด่งดังเกือบทั้งหมดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล้วนเริ่มมาจากทีวีแทบทั้งสิ้น
4. “ตามหารักที่เธอลืม” x Big C เปลี่ยนความบันเทิงให้กลายเป็นยอดขาย ดันสินค้าอาหารสดโต 25%
ละคร 1 ทุ่มเรื่อง “ตามหารักที่เธอลืม” ช่วยเพิ่มยอดขายอาหารสดของบิ๊กซีให้เติบโตขึ้นถึง 25% จากการสอดแทรกสินค้าและแบรนด์เข้าไปในละครอย่างกลมกลืน โดยหัวใจสำคัญที่สุดคือ คนดูต้องยังรู้สึกว่าเขากำลังดูละครที่สนุก ไม่ใช่กำลังดูโฆษณา
“นี่คือพลังของทีวีครับ ที่เริ่มต้นจากทีวี ทีวีสร้าง Reach ออนไลน์สร้าง Engagement นักแสดงสร้าง Emotional Connection คอนเทนต์ไม่ได้สร้างดีมานด์ให้คนอยากดูละครอย่างเดียว แต่มันสามารถสร้างแบรนด์เชื่อมไปสู่คอมเมิร์ซ” คุณถกลเกียรติกล่าว
5. “เฮ็ดอย่างเซียนหรั่ง” นำคอนเทนต์ออนไลน์มาขยายฐานผู้ชมบนจอทีวี
ONEE ขยายฐานคนดูของรายการออนไลน์อย่าง “เฮ็ดอย่างเซียนหรั่ง” ให้กว้างขวางขึ้นในระดับประเทศ ด้วยการนำมาออกอากาศบนหน้าจอทีวี เพื่อเปิดทางให้แบรนด์สินค้าและสปอนเซอร์รายใหญ่เข้ามาสนับสนุนคอนเทนต์ที่มีกลุ่มแฟนเหนียวแน่นนี้ได้มากขึ้น
ทีวีคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง Demand สู่ Business
คุณถกลเกียรติกล่าวสรุปว่า ทีวีทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเปลี่ยนการรับรู้ให้กลายเป็นการมีส่วนร่วม เปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้กลายมาเป็นความต้องการซื้อ และเปลี่ยนความต้องการซื้อให้กลายมาเป็นเม็ดเงินทางธุรกิจในที่สุด
“คอนเทนต์ที่ดีไม่ใช่ทำให้แค่คนอยากดูนะครับ แต่มันทำให้คนอยากรู้จัก อยากมีส่วนร่วม และอยากซื้อ และพลังของทีวีก็เป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแรงที่ไม่ได้จบลงแค่หน้าจอครับ”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





