เลขา สมช.คาดเหตุป่วนใต้ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ สั่งเข้มงานข่าว มุ่งอุดช่องโหว่-เร่งดูแลประชาชน

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้เป็นการประเมินสถานการณ์ร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 โดยฝ่ายความมั่นคงเร่งติดตามและพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมวางแนวทางอุดช่องโหว่ที่อาจเปิดโอกาสให้เกิดเหตุซ้ำ

จากการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุรอบล่าสุดพบว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บและมีความเสียหายเกิดขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ประมาณ 15 แห่ง ซึ่งโดยพื้นฐานเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายจุดเคยเกิดลักษณะนี้มาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ก็มีมาตลอด ซึ่งกลุ่มที่ก่อเหตุหรือกลุ่มคนในพื้นที่ อาจจะแสดงการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์กับภาครัฐที่มีความเข้มข้น ภายหลังจากการเสียชีวิตของทหารพราน 5 นาย จึงเป็นไปได้ว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มีการตอบโต้ฝ่ายความมั่นคงของเรา

อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุครั้งนี้จะเป็นฝีมือของกลุ่ม BRN หรือไม่นั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ผสมผสานกันจะบอกว่าเป็นกลุ่ม BRN ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่มีกลุ่มภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะเป้าหมายป้าหมายส่วนใหญ่เป็นที่ทำการของ อปท. ทั้งหลาย ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่เราต้องไปสืบสวนสอบสวนดู เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ มีการรายงานหรือไม่ว่าการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นเพราะกลุ่มใหม่ที่เป็นวัยรุ่นหรือกลุ่มเก่า นายฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ผสมผสานกันจะบอกว่าเป็นกลุ่ม BRN ก็คงไม่ถึงขนาดนั้นแต่มีกลุ่มภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้องด้วย สังเกตได้จากที่มีการเผาที่ทำการ อบต. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเป็นข้อสังเกตว่าทำไมเป้าหมายถึงเป็นที่ทำการของ อบต. รวมถึงรูปแบบการก่อเหตุที่ไม่ได้มุ่งเป้าที่ประชาชน ซึ่งเป็นจุดที่ต้องไปสืบสวนสอบสวนเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ แม้ฝ่ายข่าวจะสามารถประเมินได้ว่าจะเกิดเหตุ แต่การระบุวันและเวลาที่แน่นอนยังเป็นเรื่องยาก ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นของงานข่าว รวมถึงการใช้ขีดความสามารถของทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองให้มากขึ้น

สำหรับความกังวลว่าเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นระหว่างการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา นายฉัตรชัย ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะฝ่ายความมั่นคงมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัย โดยมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่

ส่วนการประสานงานกับมาเลเซียเพื่อป้องกันผู้ก่อเหตุหลบหนีออกนอกประเทศนั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า มาเลเซียได้เพิ่มความเข้มงวดตามแนวชายแดนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการควบคุมช่องทางธรรมชาติ แต่จากการประเมินเบื้องต้น เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะมีต้นตอมาจากบุคคลภายในพื้นที่เป็นหลัก

นายฉัตรชัย กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ร้านค้า และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยกองทัพภาคที่ 4 ได้ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เกิดเหตุ และจะต้องทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน