บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ได้เข้าลงทุนใน 1) บริษัท อีสานพลังงานสะอาด จำกัด 2) บริษัท อัลฟ่า วัน โปรเจค จำกัด และ 3) บริษัท อัลฟ่า ทู โปรเจค จำกัด โดยถือหุ้นทางอ้อม 60% ผ่านบริษัท กัลฟ์ เรนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ร่วมกับ บริษัท อัลฟา เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งถือหุ้นทางอ้อม 40% เพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ จำนวน 3 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 208.0 เมกะวัตต์ ภายใต้ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565–2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง
โดยบริษัทร่วมทุนทั้ง 3 แห่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ 3.1014 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 25 ปี และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 แล้วนั้น
บริษัทฯ ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 บริษัทร่วมทุนทั้ง 3 แห่งได้ลงนามในสัญญาเงินกู้โครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวงเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 8,600 ล้านบาท หรือประมาณ 265 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีระยะเวลาการกู้เงิน 22 ปี กับสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน ธนาคารทหารไทยธนชาต Sumitomo Mitsui Banking Corporation สาขาสิงคโปร์ และ Bank of China สาขาฮ่องกงและสิงคโปร์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการอีสานพลังงานสะอาด ตั้งอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 90.0 เมกะวัตต์ 2) โครงการอัลฟ่า วัน ตั้งอยู่ในจังหวัดชุมพร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 48.0 เมกะวัตต์ และ 3) โครงการอัลฟ่า ทู ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 70.0 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 208.0 เมกะวัตต์ โดยทั้ง 3 โครงการมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 11,700 ล้านบาท หรือประมาณ 360 ล้านเหรียญสหรัฐ





