
สำนักงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น (NRA) เปิดเผยในวันนี้ (26 ส.ค.) ว่า จะดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อขยายกำหนดเวลาการก่อสร้างศูนย์รับมือเหตุก่อการร้ายสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการนับกรอบเวลา 5 ปี ให้เริ่มนับจาก “วันเริ่มเดินเครื่อง” แทนการนับจาก “วันอนุมัติแผนงานการก่อสร้าง”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ NRA ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการควบคุม จะช่วยให้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอนากาวะ ในจังหวัดมิยากิ สามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่คาดว่าจะต้องระงับการเดินเครื่องในเดือนธ.ค. ปีนี้ เนื่องจากก่อสร้างไม่เสร็จทันกำหนดเวลาเดิม
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่สร้างศูนย์รับมือก่อการร้ายเสร็จแล้ว 12 เตาทั่วประเทศ แต่มีเพียงเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าโออิ ในจังหวัดฟุกุอิเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่สามารถดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลาเดิม
ทั้งนี้ NRA ได้จัดทำร่างแก้ไขกฎระเบียบเมื่อเดือนมิ.ย. และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน แต่กลับเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยดังกล่าวควรต้องสร้างให้เสร็จก่อนเริ่มเดินเครื่อง และมองว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังยอมอ่อนข้อให้กับกลุ่มบริษัทพลังงาน โดยเกณฑ์ใหม่นี้จะบังคับใช้กับเตาปฏิกรณ์ที่ยังไม่พ้นกำหนดเวลาเดิมเท่านั้น
ภายใต้กฎใหม่นี้ เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าโอนากาวะ ซึ่งเดิมมีกำหนดต้องระงับการเดินเครื่องภายในเดือนส.ค. 2571 จะได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินงานต่อไปได้จนถึงเดือนธ.ค. 2572 ส่วนกำหนดเวลาของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ของโรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะ ในจังหวัดนีงาตะ จะขยายจากเดือนก.ย. 2572 ไปเป็นเดือนเม.ย. 2574 และเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าชิมาเนะ จะเลื่อนออกไปจากเดือนส.ค. 2571 เป็นเดือนม.ค. 2573
สำหรับศูนย์รับมือเหตุก่อการร้ายนี้ประกอบด้วยห้องควบคุม ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ ซึ่ง NRA ออกกฎบังคับใช้หลังเกิดภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เมื่อเดือนมี.ค. 2554 เพื่อรับมือกับเหตุวินาศกรรมร้ายแรง รวมถึงกรณีการโจมตีทางอากาศแบบพุ่งเป้า โดยกฎระเบียบระบุว่า เตาปฏิกรณ์ที่ไม่สามารถก่อสร้างศูนย์ดังกล่าวได้ทันตามกำหนดจะต้องถูกสั่งหยุดเดินเครื่อง ไม่ว่าจะได้รับอนุมัติให้เริ่มเดินเครื่องใหม่แล้วหรือไม่ก็ตาม
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





