จีนส่งออก “กังหันก๊าซคลาส F สำหรับงานหนัก” ที่พัฒนาเองเป็นครั้งแรก ท้าชนเจ้าตลาดโลก

จีนได้ส่งออกกังหันก๊าซสำหรับงานหนัก (Heavy-duty gas turbine) ระดับ F-class ที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศเพื่อนำไปใช้งานในต่างประเทศเป็นครั้งแรกในวันนี้ (28 ส.ค.) นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเดินหน้ารุกตลาดโลก ซึ่งถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรายใหญ่ระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รถบรรทุกที่ขนส่งกังหันก๊าซรุ่น G50 ขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ตงฟาง เทอร์ไบน์ จำกัด (Dongfang Turbine Co., Ltd.) ได้เดินทางออกจากเมืองเต๋อหยาง ในมณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มุ่งหน้าสู่ประเทศคาซัคสถาน

การส่งมอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาคำสั่งซื้อที่ลงนามเมื่อเดือนพ.ย. 2568 เพื่อจัดหากังหันก๊าซรุ่น G50 จำนวน 3 เครื่องสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในคาซัคสถาน นับเป็นคำสั่งซื้อจากต่างประเทศครั้งแรกสำหรับกังหันก๊าซสำหรับงานหนักระดับ F-class ที่พัฒนาโดยจีน

หลี่ เฮ่อ รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทฯ ระบุว่า บริษัทจะให้บริการดูแลบำรุงรักษาตลอดวงจรชีวิตอุปกรณ์ พร้อมทั้งได้ปรับแต่งชิ้นส่วนทางวิศวกรรมต่าง ๆ เป็นพิเศษ เช่น ระบบนำเข้าอากาศ และระบบชุดเพลาโรเตอร์ เพื่อให้รองรับสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดการทำงานจริงในพื้นที่

กังหันก๊าซสำหรับงานหนักถือเป็นอุปกรณ์หัวใจสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าและงานขับเคลื่อนเชิงกลขนาดใหญ่

ทั้งนี้ กังหันระดับ F-class จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มกังหันก๊าซสำหรับงานหนักที่นิยมใช้งานกันแพร่หลายที่สุดในโลก โดยทำงานที่อุณหภูมิสูงระดับ 1,400 องศาเซลเซียส ซึ่งการวิจัยและพัฒนากังหันก๊าซประเภทนี้ต้องอาศัยองค์ความรู้ขั้นสูงในมากกว่า 100 สาขาวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นด้านโลหะผสมทนความร้อนสูง การหล่อโลหะความแม่นยำสูง รวมถึงด้านแอโรไดนามิกส์

ฟาง ยฺหวี่ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการระดับชาติด้านอุปกรณ์พลังงานกังหันสะอาดและมีประสิทธิภาพสูงแห่งบริษัท ตงฟาง เทอร์ไบน์ จำกัด เผยว่า จีนได้ยกระดับขีดความสามารถการพัฒนาและผลิตกังหันก๊าซสำหรับงานหนักภายในประเทศอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีโมเดลที่พัฒนาขึ้นเองรองรับกำลังการผลิตได้สูงสุดถึงระดับ 550 เมกะวัตต์

การส่งออกในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางดีมานด์กังหันก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) ตลอดจนการปรับโครงสร้างสัดส่วนการใช้พลังงานของโลก

ด้าน ศาสตราจารย์เฟิง เจิ้นผิง จากมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง ชี้ว่า ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานการผลิต ขีดความสามารถในการส่งมอบตรงเวลา และความได้เปรียบด้านการแข่งขันทางต้นทุน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ผลิตกังหันก๊าซของจีนสามารถขยายส่วนแบ่งและปักหมุดในตลาดระดับนานาชาติได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต