คลัง ปลดล็อกเงินกู้เดินเครื่องเข็น “โซลาร์รูฟท็อป” นำร่องในก.ย.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ภายในเดือน ก.ย. 69 จะเห็นความชัดเจนของโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อเป็นการลดภาระให้ประชาชน และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดของประเทศเป็นโครงการแรก

“พ.ร.ก. กู้เงินผ่านสภาและมีผลบังคับใช้แล้ว วันนี้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ทยอยติดต่อกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะมาดูรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ซึ่งยังมีเงินเหลืออยู่ และรัฐบาลต้องการใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เพราะไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเยอะมาก เราต้องเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว” นายเอกนิติ กล่าว

ล่าสุดกระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ถึงโครงสร้างพื้นฐานของโครงการทั้งหมด และขอยืนยันว่า รัฐบาลมีเม็ดเงินเพียงพอรองรับอย่างแน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล

นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือกับกระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวเนื่องเพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้นในอนาคต ทั้งโครงการสายส่งต่าง ๆ โครงการสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ และสมาร์ทกริด

นายเอกนิติ ย้ำว่าหัวใจสำคัญของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาทนี้ คือการเยียวยาประชาชน ขณะเดียวกันก็ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมด้วย โดยในส่วนของโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือนผ่านการให้เงินอุดหนุนนั้น เพราะมีการพิจารณาแล้วว่าสำหรับบางครัวเรือนอาจจะไม่คุ้มค่าที่จะต้องควักเงินหลักแสนบาทเพื่อมาดำเนินการเรื่องดังกล่าว แต่ในระยะยาวโซลาร์รูฟท็อปจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าและยังสามารถขายไฟฟ้าคืนได้ ซึ่งจะช่วยให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ของกระทรวงคมนาคมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มติดต่อเข้ามาที่กระทรวงการคลังแล้ว โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ได้มีการหารือกัน คือ อยากให้รถสาธารณะมาใช้พลังงานทดแทนที่ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้ จำพวกไบโอดีเซล เอทานอลมากขึ้น

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยืนยันว่า การจัดสรรเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน ในส่วนที่ 2 สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อรองรับ 2 โครงการ ทั้งการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน และการเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะนั้น ไม่ได้มีการตีกรอบหรือจำกัดวงเงิน โดยรัฐบาลเปิดกว้างให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอรายละเอียดเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน พิจารณาความเหมาะสม ขีดความสามารถแต่ละโครงการว่าจะได้รับการจัดสรรวงเงินเป็นเท่าไหร่ แต่การใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่เกิน 2 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ได้มีการหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เกี่ยวกับแนวทางการยกระดับการศึกษาของไทย ที่สอดคล้องกับภาคธุรกิจที่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับในภาคการผลิตสินค้าและบริการ ซึ่งรัฐบาลต้องการเพิ่มทักษะแรงงานไทยเพื่อรองรับปัจจัยดังกล่าว ถือเป็นการอัปเกรดทักษะแรงงานไทยควบคู่ไปกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในทุกมิติ ผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในส่วนความคืบหน้าการทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่นั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบไปเร่งดำเนินการให้มีความชัดเจนภายใน ก.ย. 69

โดย คลฦ/รัชดา คงขุนเทียน